Corn unfair control

ข้าวโพดหน้าโรงงานอาหารสัตว์ขยับขึ้นเกินประกาศกระทรวงฯ ซ้ำรอยฤดูกาล 2568/2569 หลังสต๊อกอยู่ในมือพ่อค้า ภาคปศุสัตว์ขอพาณิชย์ใช้กฎหมายตรงไปตรงมา

26 ตุลาคม 2569 ข้าวโพดหน้าโรงงานอาหารสัตว์ขึ้นเกินประกาศกระทรวงพาณิชย์ 2 สัปดาห์ต่อเนื่อง จาก 9.80 บาท เป็น 10.20 และ 10.55 บาทในสัปดาห์นี้ เป็นไปตามคาดของภาคปศุสัตว์ โดยฤดูกาล 2568/2569 ขึ้นไปสูงสุดที่ 13.20 บาท ภาคปศุสัตว์ขอให้กระทรวงพาณิชย์ใช้กฎหมายของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา

          หลังจากในช่วงต้นเดือนสิงหาคมปี 2569 มีการประชุมหารือการกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดประจำฤดูกาล 2569/2570 มีการขอกำไรให้กับเกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดที่ 24% แล้วจะมีการกำหนดราคารับซื้อหน้าโรงงานอาหารสัตว์อยู่ที่ 9.97 บาทต่อกิโลกรัม  ซึ่งสูงขึ้นจากฤดูกาล 2568/2569 ที่กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศกระทรวงกำหนดไว้ที่ 9.80 บาท 
          โดยนายสัตวแพทย์เกียรติภูมิ พฤกษะวัน เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติได้กล่าวไว้ในทุกการประชุมในเรื่องดังกล่าว และการประชุมอัพเดทสถานะการการผลิตการตลาดสุกรกับกรมการค้าภายใน ว่าไม่เห็นด้วยกับการให้ภาคเอกชนไปประกันราคา ควรใช้ภาษีจากเงินงบประมาณแผ่นดินมาประกันจะเหมาะสมที่สุด เพราะกรมการค้าภายในมักมากดดันราคาสินค้าภาคปศุสัตว์ที่ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะราคาสุกรหน้าฟาร์มในช่วงที่จะก้าวข้ามต้นทุน ซึ่งต่อไปจะไม่ทนในเรื่องดังกล่าว

          จนสุดท้ายคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ลงนามในประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ประจำปี 2569/70 เมื่อ 11 สิงหาคม 2569 โดยกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ใน 2 ราคาคือ

  1. ความชื้น 30% จากเกษตรกรผู้ปลูกไร่ข้าวโพดที่ 7.05 บาทต่อกิโลกรัมและ
  2. ความชื้น 14.5% ที่ 9.80 บาทต่อกิโลกรัม

          แต่ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาหน้าโรงงานอาหารสัตว์ ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หน้าโรงงานอาหารสัตว์มีการขยับตัวจาก 9.80 บาทต่อกิโลกรัม มาเป็น 10.20 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยรายงานล่าสุดสัปดาห์นี้ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ราคาขึ้นมาอยู่ที่ 10.55 บาทต่อกิโลกรัม  ซึ่งเกินกว่าประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ ประจำปี 2569/2570 กำหนดไว้ที่ 9.80 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ราคารับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรความชื้น 30% อยู่ที่ 7.0 บาทต่อกิโลกรัมตลอดเดือนตุลาคม 2569  

          การขยับราคาขึ้นเกินกว่าประกาศกระทรวงพาณิชย์ จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะต้องสั่งการให้ผู้บริหารกรมการค้าภายใน ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของกระทรวง และเพื่อความเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่ เพราะเป็นกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์เอง ถึงแม้ว่าผู้ซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ส่วนหนึ่ง จะเป็นกลุ่มของโรงงานอาหารสัตว์ก็จริง แต่สุดท้ายผู้ชำระราคาอาหารสัตว์ก็คือเกษตรกรผู้ประกอบการในภาคปศุสัตว์นั่นเอง   โดยราคาผลผลิตภาคปศุสัตว์ไม่สามารถบังคับราคา หรือกำหนดกำไรเองได้เลย มีสารพัดปัจจัยกดดันรวมถึงกระทรวงพาณิชย์เอง   ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์มีการดูแลราคาให้ทั้งเกษตรกร และพ่อค้าคนกลาง กับราคาข้าวโพดที่ความชื้น 30% และไม่เกิน 14.5% ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ที่กำหนดราคารับซื้ออย่างชัดเจนทั้ง 7.05 บาทและ 9.80 บาทต่อกิโลกรัมตามลำดับ
           แต่ฤดูกาล 2568/2569 มีการปล่อยให้ราคาหน้าโรงงานอาหารสัตว์ทะยอยขยับราคาขึ้นแทบจะทุกสัปดาห์ตั้งแต่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม 2568 หลังสิ้นฤดูการเก็บเกี่ยวของชาวไร่ข้าวโพด จนไปสูงสุดที่ 13.20 บาทต่อกิโลกรัม (คล้ายการไล่ทำราคาและปล่อยของเมื่อถึง Target Price แบบตลาดหุ้น) เป็นภาระสุดท้ายทุกระดับราคาที่ภาคปศุสัตว์ต้องชำระราคา เป็นต้นทุนที่สูงขึ้นของผลผลิตโดยเฉพาะการเลี้ยงสุกรที่ไม่สามารถกำหนด หรือ บังคับราคาขายได้แม้จำต้องขายในราคาต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยง ที่เป็นเหตุผลหลักของการออกจากอาชีพของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรที่ช่วยเหลือตัวเองด้วยทรัพย์สินสะสมของครอบครัวจนไม่สามารถแบกรับต่อไปอีกได้ ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมามีเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายเล็กรายกลางที่เป็นพลเมืองไทยที่เป็น SME กลุ่มหนึ่งที่พึ่งพาราคาหน้าฟาร์มอย่างเดียวหายไปเป็นจำนวนมาก  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ทำไมประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ปี 2569/2570 ไม่ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา และ ไม่อ้างการใช้อำนาจตามกฎหมายแม่บท "ทั้งๆ ที่เป็นกฎหมายลำดับรอง" 

 

Visitors: 663,512