NACC New Case Commission

คดีหมูเถื่อน 11 สำนวน ป.ป.ช.โอนให้  สำนักไต่สวนการทุจริตคดีเศรษฐกิจ 1 ดูแลแทนสำนักเดิม หลังการปรับโครงสร้างแบ่งส่วนราชการ ป.ป.ช.ใหม่ ชูอำนาจสำนักไต่สวนพิเศษ สางคดีค้างท่อ-ทุจริตใหญ่

22 กรกฎาคม 2569 สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ - คดีลักลอบนำเข้าซากสุกรโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ หมูเถื่อน ป.ป.ช.เปลี่ยนหน่วยงานที่รับผิดชอบการไต่สวนคดีจากสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 2 มาเป็นสำนักไต่สวนการทุจริตคดีเศรษฐกิจ 1 ไต่สวนคดีต่อ

          หลังการติดตามคดีหมูเถื่อนที่ DSI ส่ง 11 จาก 12 สำนวน ไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. โดยสำนวนแรกส่งไปตั้งแต่ 24 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นมา  ยังไม่มีความคืบหน้าในการทำความเห็น หรือส่งฟ้องแต่ประการใด โดยปัจจุบันมี 11 สำนวนที่ค้างอยู่ใน ป.ป.ช. โดยสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ 1 ใน 5 ของผู้ร้อง ได้ทำการติดตามอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลากว่า 2 ปี 8 เดือน

          หลังราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ 2568 รวมจำนวนหน่วยงาน 128 สำนัก 1 สถาบันและ 1 กลุ่มงาน เป็นทางการแล้ว

          จากการติดตามล่าสุดของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เมื่อ 15 กรกฎาคม 2569 ปัจจุบันคดีหมูเถื่อนทั้ง 11 สำนวนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและไต่สวน กับ สำนักไต่สวนการทุจริตคดีเศรษฐกิจ 1 โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ของสำนักไต่สวนการทุจริตคดีเศรษฐกิจ 1  ขึ้นมาใหม่เพื่อสานงานต่อ โดยกรรมการส่วนหนึ่งมาจากสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 2 เช่นกัน เพื่อให้งานเดินต่อโดยไม่สะดุด   

          คดีหมูเถื่อนถือเป็นมหากาพย์คดีหนึ่ง ที่สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรไทยอย่างต่อเนื่องมายาวนานนับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมาการเลี้ยงสุกรของไทยประสบปัญหาการจำหน่ายสุกรหน้าฟาร์มได้ต่ำกว่าต้นทุนเนื่องจากยังคงมีซัพพลายนอกระบบมารบกวนราคาหน้าฟาร์มที่ทำให้พ่อค้ามีทางเลือกที่เป็นแหล่งของเนื้อสุกรที่มาจากกระบวนการดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการกระทำผิดใหม่

          โดยการทำคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ส่งให้กับ ป.ป.ช.เป็นการขยายผลจากคดีเก่าที่เกิดจากตู้สินค้าสุกรลักลอบตกค้างที่แหลมฉบัง ที่มีการเปิดตู้กันเมื่อมิถุนายน 2566 จำนวน 161 ตู้

          การดำเนินคดีดังกล่าวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของวงการสุกรไทย ซึ่งยังคงเหลืออยู่ 1 สำนวน คือ คดีพิเศษที่ 126/2566 ที่ DSI ยังไม่ส่งต่อ ป.ป.ช. ที่มีการขยายผลแล้วหยุดดำเนินการ หลังจากมีความเชื่อมโยงกับหลายกลุ่ม ซึ่งในประเด็นดังกล่าวสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ จะดำเนินการติดตามโดยตรงกับกรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป

Visitors: 640,128