DIT Ratchaburi Big Pig Meeting

ชิ้นส่วนเนื้อสุกรมีอำนาจเหนือตลาด ผู้เลี้ยงมองเป็นแรงต้านใหญ่ ผู้เลี้ยงตะวันตกเลิกเลี้ยงไปแล้วกว่า 80%

23 กรกฎาคม 2569 ราชบุรี - รองอธิบดีกรมการค้าภายในร่วมอัพเดทสถานการณ์การผลิตการตลาดผู้เลี้ยงสุกรในภาคตะวันตก พบชิ้นส่วนมีอำนาจเหนือตลาด กำหนดราคาสุกรหน้าฟาร์ม

          นายพิพัฒน์ เนื้อนิ่ม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรีและเขต 7 และอุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่ ให้การต้อนรับ นายจิรวุฒิ  สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน พร้อมเจ้าหน้าที่จากกรมการค้าภายใน พร้อม ผศ.ดร.สุวรรณา สายรวมญาติที่ปรึกษาโครงการเฉพาะกิจ "โครงสร้างราคาชิ้นส่วนสุกร" กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์  ร่วมประชุมหารือกับผู้เลี้ยงในพื้นที่เพื่ออัพเดทสถานการณ์การผลิตการตลาดสุกรและเนื้อสุกร

          โดยผู้เลี้ยงสุกรในที่แต่ละฟาร์มจะให้ข้อมูลด้านผลผลิตต่อวัน น้ำหนักสุกรวันออกขาย สัดส่วนการจัดจำหน่ายในกลุ่มและตลาดทั่วไป โดยส่วนใหญ่ปริมาณการผลิตต่อวันของแต่ละฟาร์มจะอยู่ในระดับทรงตัว มีน้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยทุกฟาร์มที่เข้าร่วมประชุม 110-120 กิโลกรัม ในขณะที่น้ำหนักตัวสุกร ณ วันออกจำหน่าย

  • อยู่ระดับ 100 กิโลกรัมจะถูกหักกิโลกรัมละ 1 บาท
  • ถ้าไม่เกิน 90 กิโลกรัม หรือเกิน 120 กิโลกรัม จะถูกหักกิโลกรัมละ 4 บาท  ซึ่งเป็นไปตามเปอร์เซ็นต์ซาก

          คุณนิพัฒน์ เนื้อนิ่ม ได้ให้ข้อมูลด้านราคาจำหน่ายสุกรหน้าฟาร์มในช่วงระหว่างสัปดาห์ที่ผ่านมาจะอยู่ในช่วง 66-68 บาทต่อกิโลกรัม แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับ 66 บาทต่อกิโลกรัม  ในขณะที่ต้นทุนการผลิตสุกรของคณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตสุกรไตรมาสที่ 1 ปี 2569 อยู่ในระดับ 68 บาท ซึ่งอยู่ในระดับที่ราคาหน้าฟาร์มปัจจุบันยังไม่ก้าวข้ามต้นทุน ทิศทางจะเริ่มชัดเจนในสัปดาห์ต่อๆ ไป แต่เนื่องจากปัจจุบันตลาดชิ้นส่วนมีอิทธิพลอย่างมากต่อราคาหน้าฟาร์ม ทำให้การขยับราคาขึ้นไม่น่าจะไปได้มาก

          ในขณะที่ผู้บริหารจากฟาร์มแห่งหนึ่งก็ให้ข้อมูลในลักษณะเดียวกันคือการกำหนดราคาชิ้นส่วนที่จะขายส่งสู่ห้างค้าส่งค้าปลีกจะมีอิทธิพลในการตั้งราคาซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดย้อนกลับไปที่ราคาหน้าฟาร์ม

          ข้อมูลจากฟาร์มแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือช่วงการสัมมนาสัญจรที่จังหวัดสุรินทร์ เมื่อ 17 กรกฎาคม 2569   ที่เริ่มมีช็อปหมูของตัวเอง แต่ต้องเลิกธุรกิจส่วนนี้ไปหลังจากราคาสู้ห้างค้าส่งค้าปลีกไม่ได้ โดยความพยายามส่วนหนึ่งที่จะส่งเนื้อสุกรเข้าสู่ห้างค้าส่งค้าปลีก และเครือข่ายร้านสุกี้ดัง ที่มีรายได้รวม 9,147 ล้านบาท ปี 2568 ต้องเลิกตลาดกลุ่มนี้ไปเพราะมีการกดราคาสูงมาก

          เกษตรกรอีกท่านหนึ่งจากนครปฐม ได้ให้ข้อมูลเรื่อง “ราคาในปัจจุบัน ตลาดกรุงเทพฯ เริ่มไม่รับราคา”  ซึ่งสามารถวิเคราะห์ในเชิงลงรายละเอียดน่าจะเป็นเสียงสะท้อนจากฝ่ายจัดซื้อมากกว่า ซึ่งเป็นสภาพที่กดดันราคาสุกรในปัจจุบัน แต่จากภาพสะท้อนของผู้บริโภคที่จับจ่ายในห้างค้าส่งค้าปลีก เช่น ในช่วงสัปดาห์นี้ที่ราคาปรับตัวขึ้นเล็กน้อย และส่วนหนึ่งมีการดัดแปลงชิ้นส่วนในการพร้อมปรุงมากขึ้น (เช่น เนื้อสุกรหั่นชิ้น หั่นแดดเดียว และหั่นสไลด์) ซึ่งจะมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การจับจ่ายก็ยังคงอยู่ในสภาวะปกติ

          การคุ้นชินกับราคาจำหน่ายปลีกเนื้อสุกรในระดับที่ต่ำๆ ซึ่งอยู่ในระดับราคาสุกรหน้าฟาร์มต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของฟาร์ม ปรากฏให้เห็นยาวนานในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่เกษตรกรขาดทุนตั้งแต่วิกฤตการณ์ด้านหมูเถื่อน ซึ่งนับจากนั้นเป็นต้นมาราคาชิ้นส่วนมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อราคาสุกรขุนหน้าฟาร์ม ซึ่งในประเด็นดังกล่าวการแก้ปัญหาโดยคณะทำงานรักษาเสถียรภาพราคาสุกรในช่วงหลังโดยเฉพาะการตัดวงจรลูกสุกรจะเห็นผลน้อย  “โดยการจำหน่ายสุกรราคาพิเศษ 2 กิโลกรัม 100 บาทกลับ สร้างความตระหนักรู้ให้สังคมเริ่มช่วยผู้เลี้ยงได้มากกว่า ผู้เลี้ยงสุกรท่านเดิมจากนครปฐมให้ข้อมูลเพิ่มเติม

          รองอธิบดีกรมการค้าภายในได้กล่าวว่า “การมาร่วมประชุมในพื้นที่เพื่อต้องการทำความรู้จักกับผู้เลี้ยงผู้ประกอบการให้มากขึ้น หลังจากช่วงตั้งแต่มีนาคมที่ผ่านมาของปีนี้มีการประชุมออนไลน์อัพเดทสถานการณ์กันมา 3 ครั้ง โดยประสงค์ของกรมการค้าภายในเพื่อทราบข้อมูล และต้องการให้ทุกคนอยู่ได้

          อย่างไรก็ตามจากการประชุมทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมายังไม่มีแนวทางจากกรมการค้าภายในที่เป็นรูปธรรมในเรื่องของการแก้ปัญหา ซึ่งทุกครั้งผู้เลี้ยงสุกรก็ยังคงรายงานถึงสภาวะการขาดทุน โดยราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กระโดดขึ้นอย่างต่อเนื่อง  และยังคงมีความพยายามต่อรองในกลุ่มเล็กๆ ระหว่างผู้รวบรวม กับ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย โดยมีกรมการค้าภายในช่วยผลักดันให้กับผู้รวบรวมในการจะปรับราคาข้าวโพดเพิ่มอีก

          ผู้บริหารฟาร์มครบวงจรท่านหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ให้ข้อมูลด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์ในที่ประชุมว่า “ปัจจุบันวัตถุดิบอาหารสัตว์ไทยอิงราคาต่างประเทศทั้งหมด”  แม้ส่วนใหญ่จะผลิตภายในประเทศก็ตาม

          ผู้เลี้ยงสุกรท่านหนึ่งที่มีฟาร์มหลักในพื้นที่ภาคกลาง ได้ให้ข้อมูลว่าที่ฟาร์มขาดทุนจากการขายลูกสุกรพันธุ์มา 9 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 จนถึงปัจจุบัน  ในขณะที่ผู้เลี้ยงจากฟาร์มแห่งหนึ่งได้ให้ข้อคิดที่มีนัยยะสำคัญมากคือ"ไม่ใช่หน้าที่ของผู้เลี้ยงสุกรที่จะต้องขาดทุนเพื่อดูแลผู้บริโภค" ซึ่งสอดคล้องกับคำพูดของเกษตรกรฟาร์มสุกรท่านหนึ่งในจังหวัดนครปฐมที่เคยพูดอยู่เสมอว่า “ไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหนมาขาดทุนอีก”

          ปัญหาเหล่านี้จึงเป็นปัญหาใหญ่ของวงการปศุสัตว์ไทย ที่ทั้งราคาตกต่ำ สินค้าปศุสัตว์ลักลอบจากต่างประเทศเข้ามาสร้างความเสียหายด้านราคา ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวเถื่อน หรือเนื้อสุกรเถื่อนซึ่งคาดว่ายังคงมีอยู่ เพราะตัวเลขเข้าฆ่าและส่งออก มีปริมาณสูงกว่าการใช้อาหารสัตว์ภายในประเทศมาก ทั้งปี 2567 ประมาณ 4 ล้านตัว และ 2568 ประมาณ 2 ล้านตัว

          ซึ่งเรื่องปัญหาราคาวัตถุดิบมีราคาสูง มีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่

  • 9 พฤษภาคม 2566 ที่มีการเคลื่อนไหวใหญ่หน้าทำเนียบรัฐบาลและกรมศุลกากร 
  • การยื่นข้อเรียกร้องตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและ 7 สมาคมวิชาชีพ รวมตัวยื่นหนังสือขอบคุณและเสนอ 9 ประเด็นเร่งด่วนต่อ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 เพื่อสนับสนุนการปราบปรามเนื้อสุกรเถื่อนและขอให้ช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร  ซึ่งในครั้งนั้นนายกรัฐมนตรีเศรษฐามีคำสั่งตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาและมีการตั้งคณะกรรมการย่อยซึ่งมีการให้ข้อมูลของปัญหาที่เรียกร้อง มีการให้ข้อมูลอย่างละเอียดในการประชุมคณะกรรมการย่อย แต่ก็ไม่มีการแก้ปัญหาแต่อย่างใดโดยเฉพาะด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ราคาสูงกว่านานาประเทศ

  • แม้เกษตรกรรายย่อยหลายกลุ่ม กับ คุณอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ที่ยื่นถวายฎีกาในเรื่องของหมูเถื่อนและวัตถุดิบอาหารสัตว์ เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งสำนักองคมนตรีก็ต้องส่งมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สุดท้ายก็ไม่มีผลในการจะแก้ปัญหาแต่อย่างใด

 

          กรมการค้าภายในมีภาพลบกับผู้เลี้ยงสุกรอย่างมาก ในกรณีไม่ดูแลยามราคาสุกรตกต่ำ แต่จะมาเข้มงวดยามราคาขึ้นมาในระดับต้นทุนหรือใกล้ต้นทุน ในขณะที่มีการสร้างปัญหาต้นทุนสูงในด้านราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ให้ภาคปศุสัตว์ทั้งๆ ที่เป็นหน่วยงานผลักดันด้านเศรษฐกิจ มีแผนปฏิบัติราชการที่มีความเป็นธรรมมากในแต่ละปี ซึ่งจากการให้ข้อมูลสาธารณะจากคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในเรื่องของสินค้าควบคุมว่า “สินค้าควบคุม” ไม่ใช่ การคุมราคาอย่างเดียว..แต่คือการติดตาม ดูแลและออกมาตรการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของสินค้าแต่ละชนิด

 

Visitors: 640,449