DLD Director General Meeting
ตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงสุกร ผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยร่วมแสดงความยินดีอธิบดีกรมปศุสัตว์ร่วมหารือปัญหาอุปสรรค กับการประกอบอาชีพภาคปศุสัตว์
15 ตุลาคม 2569 กรมปศุสัตว์ - 6 องค์กรผู้เลี้ยงสุกรและไก่ไข่ เข้าพบร่วมแสดงความยินดีและหารือปัญหาอุปสรรค แนวทางแก้ไข เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรภาคปศุสัตว์
นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล อธิบดีกรมปศุสัตว์ให้การต้อนรับ 6 องค์กรผู้เลี้ยงสุกรและไก่ไข่ เข้าพบเพื่อแสดงความยินดีกับตำแหน่งอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมยื่นหนังสือแจงปัญหาอุปสรรค ต่อการเลี้ยงสุกรและไก่ไข่ เพื่อให้อาชีพการเลี้ยงสุกรและผู้เลี้ยงไก่ไข่ยังคงอยู่เพื่อเป็นอาชีพของพลเมืองไทยในวงกว้าง

คุณชยุต รุ่งพัฒนาชัยกุล นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ร่วมแจงปัญหาที่พบในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในลักษณะเดียวกับคุณเดือนเด่น ยิ้มแย้มประธานชมรมผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ สินค้าเนื้อสุกรลักลอบระบาดในวงกว้าง ร้าน shop หมูขายเนื้อสุกรถูกมาก 80-90 บาท เกรงเรื่องโรคให้ช่วยกวดขันแหล่งที่มา



โดยคุณเสน่ห์ นัยเนตร ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์การปศุสัตว์ภาคตะวันออก จำกัด (หรือที่รู้จักกันในนาม ชุมนุมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออก ซึ่งครอบคลุมสมาชิกในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด) ได้ให้รายละเอียดปัญหาในพื้นที่ภาคตะวันออก ในกลุ่มของบริษัทผู้ขายปลีกเนื้อสุกรส่วนหนึ่ง ที่ไม่ได้ประกอบการเลี้ยงสุกร มีลักษณะการขอใบเคลื่อนย้ายที่ขัดแย้งกับจำนวนสุกรมีชีวิตที่จะเข้าสู่โรงเชือด ซึ่งมีความเชื่อมโยงต่อเนื่องไปถึงห้องเย็นต่างๆ ซึ่งน่าจะเป็นเครือข่ายของห่วงโซ่การค้าสุกรที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งในประเด็นดังกล่าวคุณอุดมศักดิ์ แก้วจันทร์วงษ์ เลขานุการชมรมผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาดังกล่าวเป็นการทำลายอาชีพการเลี้ยงสุกร ที่ปัจจุบันผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก ในอดีตเรามีการต่อสู้กับปัญหาโรคระบาดเราก็สามารถผ่านมาได้ และมีการปรับปรุงมาตรฐานฟาร์มในการป้องกันโรคต่างๆ ได้ดีขึ้น แต่ปัญหาที่สู้ไม่ได้ คือ ปัญหาการต่อสู้กับสุกรต้นทุนต่ำ และการจำหน่ายสุกรหน้าฟาร์มที่ต่ำกว่าต้นทุน ซึ่งเป็นไปในลักษณะนี้มาอย่างยาวนาน ขอให้ดูแลเรื่องเสถียรภาพราคาเพราะกระทบผู้เลี้ยงโดยตรงเพื่อดำรงอาชีพให้กับพลเมือง
สัตวแพทย์หญิงอณิตา เสริมศักดิ์ศศิธร กรรมการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ได้ขอความคืบหน้าของแนวทางแผนการป้องกันการระบาดของ FMD SAT1 ความคืบหน้าของการออกเลขทะเบียนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
คุณวรรณา ตุ้มบุตร กรรมการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ได้กล่าวถึงการตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพสุกรซึ่งได้เริ่มต้นไปแล้ว มีการร่วมสมทบเกิดกองทุนขึ้นมาแล้ว การจะเดินหน้าต่อไปยังกลุ่มที่เป็นฟาร์มขนาดรองลงมา จำเป็นอย่างยิ่งเรื่อง ข้อมูลผลผลิต ประชากรสุกรกลุ่มต่างๆ ที่เป็นเรื่องของ Big Data ที่จะต้องประกอบในการบริหารจัดการ ทั้งการจัดเก็บเงินสมทบ และการบริหาร Demand Supply ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาเสถียรภาพราคา โดยการจัดเก็บในกลุ่มต่อไปที่มีจำนวนแม่พันธุ์สุกรตั้งแต่ 1,000 แม่พันธุ์ จะเริ่มดำเนินการต่อไป โดยได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเกษตรกรรายย่อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ราคาต่ำกว่าราคาตามรายงานทั่วไปมากที่ลบไปอีก 8-10 บาทต่อกิโลกรัม
นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ได้ตอบข้อกังวลพร้อมแนวทางที่จะดำเนินการเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับกลุ่มผู้เลี้ยงสุกร โดยจะเพิ่มความเข้มงวดเนื้อสุกรลักลอบโดยเฉพาะจากประเทศจีน ซึ่งมีปัญหาในเรื่องของผลผลิตล้นตลาดอยู่ในขณะนี้ จากการเข้าร่วมทำอาชีพของรายใหญ่ๆ ที่ไม่เคยอยู่ในอุตสาหกรรมสุกรมาก่อนเช่น HUAWEI ที่นำเทคโนโลยีการเลี้ยงแม้กระทั่งการเลี้ยงในอาคารมาใช้ โดยได้เปรียบเทียบกับกลุ่มของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ที่ในอดีตเคยรุ่งเรืองอย่างยิ่ง หลังจากมีการระบาดของโรคตายด่วน หรือ EMS (Early Mortality Syndrome)* ทำให้ต้องมีการนำเข้ากุ้งจากต่างประเทศเพื่อมาแปรรูปหลังจากนั้นก็เป็นปัญหาของผู้เลี้ยงในประเทศอย่างต่อเนื่องทั้งต้นทุนการเลี้ยงที่สูงกว่าต่างประเทศ (*การระบาด EMS ในประเทศไทย: เริ่มพบรายงานและเกิดการระบาดอย่างรุนแรงตั้งแต่ช่วงปลายปี พ.ศ. 2554 ถึงต้นปี พ.ศ. 2555 ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งไทยอย่างรุนแรงนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา)
ระบบ E Movement ใหม่และ E Tracking คาดว่าจะใช้ได้ประมาณธันวาคมปีนี้ จะทำให้การประเมินจำนวนแม่พันธุ์ที่คำนวณตามจำนวนสุกรขุนมีความแม่นยำมากขึ้น

กรณีกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรมีเบาะแสการลักลอบสามารถแจ้งกรมปศุสัตว์ได้โดยตรงที่ DLD 4.0 โดยในกรณีของการของบประมาณกลางในการจัดซื้อวัคซีน SAT1 จะเป็นการใช้งบประมาณของปี 2570 โดยล่าสุดท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรได้มีการขอเพิ่มงบประมาณไปแล้วเกินกว่า 2 พันล้าน เพื่อเฝ้าระวังในเรื่องนี้

ปัจจุบันทราบว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้มีการออกเลขทะเบียนแล้วกับวัคซีน SAT กับบางบริษัท ซึ่งในกระบวนการออกเลขทะเบียนดังกล่าว อย. ลดขั้นตอนให้เร็วขึ้น จาก 90 วันเป็น 45 วัน
โดยแผนการฉีดปูพรมในกลุ่มปศุสัตว์หลายสปีชีส์ที่มีความเสี่ยง จะแบ่งเป็นเฟส แบ่งตามสภาพของความเสี่ยงโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างมาก

สำหรับข้อกังวลเรื่องวัคซีนเถื่อนขอให้ช่วยกันสอดส่องเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่ได้ก่อให้เกิดผลในการป้องกันอย่างที่ควรจะเป็น

การพบปะแสดงความยินดีและร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลกันใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งหลังจากนี้กลุ่มผู้เลี้ยงสุกรก็จะร่วมเดินหน้าตามแนวทางที่คุยหารือ และจะมีการติดตามเพื่อผลักดันองค์ประกอบต่างๆ ที่จะเอื้อให้เกิดความยั่งยืนและเสถียรภาพที่ดีต่อการเลี้ยงสุกรต่อไป