Pig Pork Act 25XX
ชมรมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดศรีสะเกษยื่นร่าง พรบ.สุกรฯ บทบัญญัติครอบคลุมยั่งยืน นำเสนอเจตนารมณ์ตั้งต้นกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกร 14 สิงหาคมนี้
12 สิงหาคม 2569 สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ - ประธานชมรมผู้เลี้ยงสุกรศรีสะเกษ เตรียมเสนอเจตนารมณ์ การร่าง พ.ร.บ.สุกรฉบับล่าสุด ที่มีบทบัญญัติจัดการตลอดห่วงโซ่ได้อย่างรัดกุม
คุณประกิต พรหมพุ้ย ประธานชมรมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งได้มีการก่อตั้งชมรมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ได้มีการยื่นร่าง พ.ร.บ.สุกรฯ ฉบับล่าสุดอย่างเป็นทางการ กับ คุณสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติในงานสัมมนา TSVA สัญจรจังหวัดสุรินทร์เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เพื่อเตรียมนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการ และกรรมการที่ปรึกษาสมาคมในครั้งต่อไป ซึ่งกำหนดประชุมในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 นี้


โดยร่างพระราชบัญญัติสุกรฯ มีชื่อในเบื้องต้นว่า "พระราชบัญญัติสุกร เนื้อสุกร และแปรรูปอาหารปรุงสุกจากสุกร พ.ศ. ...” มีบทบัญญัติ 10 หมวด มีบทบัญญัติที่เด่นๆ ประกอบด้วย
- หมวดที่ 1 บททั่วไป - มาตรา 4 ถึงมาตรา 7 มี 28 คำจำกัดความที่สำคัญ ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 เช่น
"ราคาสุกรขุนขั้นต้น" หมายความว่า ราคากลางสุกรขุนมีชีวิตที่ประกาศโดยคณะอนุกรรมการการควบคุมคุณภาพและกำหนดราคาสุกรและเนื้อสุกร โดยส่วนผันแปรที่พิจารณาจากคุณภาพซากที่ใช้ราคาขายสุกรขุนขั้นต้นเป็นราคากลางเป็นตัวตั้ง

"ราคาขายเนื้อสุกรข้างต้น" หมายความว่า ราคากลางเนื้อสุกรส่วนเนื้อแดงหลัก ชิ้นส่วนสะโพก และหัวไหล่หน้าของสุกร ที่ประกาศโดยคณะอนุกรรมการควบคุมคุณภาพและกำหนดราคาสุกรและเนื้อสุกร โดยไม่รวมถึงเนื้อสุกรตัดแต่ง ที่เห็นได้ชัด และหรือมีการติดฉลากตราสินค้า ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรทางเลือกของผู้บริโภค
- หมวดที่ 2 คณะกรรมการสุกร เนื้อสุกรและแปรรูปอาหารปรุงสุกจากสุกรแห่งชาติ มาตรา 8 ถึงมาตรา 17
- หมวดที่ 3 กองทุนสุกร เนื้อสุกร และแปรรูปอาหารปรุงสุกจากสุกร มาตรา 18 ถึงมาตรา 26
o โดยมาตรา 26 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดระเบียบผู้ค้า เพื่อลดการบิดเบือนตลาด โดยบัญญัติเป็นข้อปฏิบัติให้กับผู้ค้า ผู้แปรรูป รวม 7 ข้อ

- หมวดที่ 4 การนำเข้าและส่งออก มาตรา 27 ถึงมาตรา 28
o โดยมาตรา 27 มีบทบัญญัติชัดเจนห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้าสุกร และแปรรูปอาหารปรุงสุกจากสุกร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการและต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับมาตรา 31 ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558

- หมวดที่ 5 การควบคุมคุณภาพและกำหนดราคาสุกร เนื้อสุกร และแปรรูปอาหารปรุงสุกจากสุกร มาตรา 29 ถึงมาตรา 38
o ประเด็นที่อาจจะต้องมีการพิจารณาบทบัญญัติใหม่ประกอบด้วยมาตรา 36 ที่บัญญัติว่าภายในเดือนกันยายนของทุกปีให้คณะอนุกรรมการกำหนดราคาสุกรขุนขั้นต้นและราคาเนื้อสุกรขุนขั้นต้นและราคาแปรรูปอาหารปรุงสุกจากสุกรข้างต้น ...อาจจะต้องพิจารณาเป็นรายไตรมาส เพื่ออิงการเปลี่ยนแปลงราคาผลผลิตต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ประกอบ ที่น่าจะมีความใกล้เคียงกับการกำหนดราคามากกว่า โดยปัจจุบันมีคณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตสุกรของ PIG BOAD เป็นคณะคาดการณ์ต้นทุนแต่ละไตรมาส
- หมวดที่ 6 สำนักงานคณะกรรมการสุกร เนื้อสุกร และแปรรูปอาหารปรุงสุกจากสุกร มาตรา 39 ถึงมาตรา 51 มีบทบัญญัติเด่นๆ ได้แก่มาตรา 41 ให้สำนักงานมีอำนาจกระทำกิจกรรมต่างๆ ภายในขอบวัตถุประสงค์ตามมาตรา 35 ดังต่อไปนี้ โดยมีกิจกรรมทั้งสิ้น 12 อนุมาตรา
o โดยอนุมาตรา หรือ วงเล็บที่ 12 ได้บัญญัติถึงการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ขั้นสูงมาใช้ในระบบงานเพื่อเป็นศูนย์กลางสารสนเทศ และใช้ระบบแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ออนไลน์มาใช้ในการจัดการข้อมูลสุกร เพื่อให้ผู้เรียนสุกรหรือกลุ่มผู้เลี้ยงได้เข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารการผลิตสุกร

- หมวดที่ 7 การสำรวจและตรวจสอบ มาตรา 50 ถึงมาตรา 51
- หมวดที่ 8 การบัญชีการตรวจสอบและการประเมินการดำเนินงานของสำนักงาน มาตรา 52 ถึงมาตรา 57
- หมวดที่ 9 การควบคุมและการอุทธรณ์ มาตรา 58 ถึงมาตรา 59
- หมวดที่ 10 บทกำหนดโทษ มาตรา 60 ถึงมาตรา 66 โดยบทบัญญัติเด่นของหมวดนี้อยู่ที่มาตรา 60 เป็นการกำหนดโทษผู้ประกอบกิจการสุกรและเนื้อสุกรที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 29 (1) หรือ (3) หรือรายงานตามมาตรา 29(4) อันเป็นเท็จ โดยมาตรา 29 ที่เชื่อมโยงบทกำหนดโทษ จะเป็นข้อมูลด้านจำนวนการผลิตต่างๆ

- บทเฉพาะกาล มาตรา 67 ถึงมาตรา 75
จากการเข้าไปศึกษารายละเอียดหลักของร่างพระราชบัญญัติสุกรฯ ดังกล่าว จะต้องมีการจัดการ
- เชื่อมโยงของมาตรา กับ การเชื่อมโยงของมาตราอื่นๆ ให้ถูกต้อง และครบถ้วนตามวรรค และอนุมาตราที่อ้างถึง
- ขอบเขตที่ขยายวงออกไปถึงแปรรูปอาหารปรุงสุกจากสุกร ต้องรับฟังเจตนารมณ์ของผู้ร่างว่ามีความจำเป็นอย่างไร
นอกเหนือจากบทบัญญัติที่ต้องครอบคลุมให้มากขึ้น ขึ้นอยู่การพิจารณาร่วมกันต่อไป โดยควรมุ่งเป้าหมายไปที่ความยั่งยืนของอาชีพการเลี้ยงสุกรเป็นอันดับแรก หลังผู้เลี้ยงส่วนหนึ่งมีลักษณะการขยายตัวแนวดิ่ง (Vertical Growth / Vertical Integration) ไปจนถึงค้าปลีกที่สุ่มเสี่ยงต่อการมีอำนาจเหนือตลาดในลักษณะแย่งการครอบครองตลาดเพื่อสร้างความมั่งคั่ง แทนที่จะเป็นไปในลักษณะแบ่งปันพื้นที่เพื่อการเลี้ยงชีพ เพราะการเลี้ยงสุกรเป็นเศรษฐกิจของชาติในภาคเกษตรกรรมที่ต้องเป็นการประกอบอาชีพของพลเมืองในลักษณะไม่ผูกขาด...เพื่อสร้างการกระจายตัวทางเศรษฐกิจ