MOC Announcement

ทำไมประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 69/70 ไม่ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา และไม่อ้างการใช้อำนาจตามกฎหมายแม่บท “ทั้งๆ ที่เป็นกฎหมายลำดับรอง”

17 สิงหาคม 2569

          รอบ 2 ปีที่ผ่านมา มีประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ประจำปี 2568/69 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ลงนามโดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้น  และล่าสุดประกาศในเรื่องเดียวกันประจำปี 2569/70 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ลงนามโดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

          ประกาศกระทรวงเป็นกฎหมายลำดับรอง การออกกฎหมายดังกล่าวจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายแม่บท แต่ประกาศกระทรวงพาณิชย์ทั้ง 2 ฉบับ กลับอ้างถึงมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์(นบขพ.)  ซึ่งไม่ผิดที่จะอ้าง แต่ต้องอ้างถึงอำนาจที่จะนำมาใช้ตามพระราชบัญญัติที่เป็นกฎหมายแม่บทหลักด้วย

          ทั้งๆ ที่ประกาศกระทรวงฯ ทั้ง 2 ปี มีการอ้างบทลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542  ซึ่งไม่สามารถกระทำได้ เว้นแต่ว่าเป็นประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ จึงจะสามารถโยงบทลงโทษได้ โดยประเด็นดังกล่าว นายวิชัย โภชนกิจ อดีตอธิบดีกรมการค้าภายในได้เคยให้ความรู้ในเรื่องดังกล่าวไว้  ซึ่งสอดคล้องกับบทบัญญัติในพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 เช่นกัน

          ประเด็นสุดท้ายข้อ 7 ในประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับลงวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มีการกำหนดเงื่อนไขในสัดส่วนการซื้อในประเทศเพื่อได้มาซึ่งสิทธิ์การนำเข้าทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าวสาลี ซึ่งเป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ก็ไม่มีการอ้างอำนาจตามพระราชบัญญัติดังกล่าว เช่นกัน

          เหตุผลที่ต้องมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื่องจากมีผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป เช่น ชาวไร่ข้าวโพดในประเทศที่มีจำนวนครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อยู่ประมาณ 400,000 ถึง 450,000 ครัวเรือน โดยมีพื้นที่เพาะปลูกรวมทั้งประเทศประมาณ 6 ถึง 7 ล้านไร่ และให้ผลผลิตเฉลี่ยปีละ 4–5 ล้านตันที่จะต้องรับรู้ว่าตัวเองได้รับการคุ้มครองราคาโดยกฎหมายรองฉบับดังกล่าวกรณีขายข้าวโพดความชื้น 30% ที่ต้องได้ราคา 7.05 บาทต่อกิโลกรัม และกลุ่มโรงงานอาหารสัตว์ที่ต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน 14.5% ในราคา 9.80 บาทต่อกิโลกรัม เช่นกัน

          อย่างไรก็ตามในภาคปศุสัตว์ โดยเฉพาะกลุ่มการเลี้ยงสุกรก็จะมีเกษตรกรจำนวนหนึ่งที่ผสมอาหารเองต้องรับซื้อจากผู้รวบรวมในราคา 9.80 บาทต่อกิโลกรัม เช่นกัน  จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์ทำกฎหมายรองฉบับนี้ให้ถูกต้องตามอำนาจของกฎหมายแม่บท และออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้สาธารณชนและผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบเช่นเดียวกับการออกกฎหมายที่พึงปฏิบัติในระดับประกาศกระทรวง

Visitors: 648,716