CBOT Grain Feed Delivery Month

ราคาและการส่งมอบสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT สำหรับวัตถุดิบอาหารสัตว์

รวบรวมโดย วิชาการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ จากวารสารสุกร ฉบับที่ 115

          ในช่วงที่มีดราม่าโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งราคาจำหน่ายปลีกมีการอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์บวกค่าขนส่ง บวกค่าใช้จ่ายในการนำเข้าต่างๆ ซึ่งกระทรวงพลังงานในยุครัฐบาลปัจจุบันกำลังรื้อระบบเพื่อให้ค่าการกลั่นมีความยุติธรรมสมเหตุสมผล

          ซึ่งสินค้าหลายๆ ตัวที่มีลักษณะใกล้เคียงกันในประเทศไทยโดยเฉพาะกลุ่มวัตถุดิบอาหารสัตว์ก็มีการตั้งราคาในลักษณะเดียวกันซึ่งทำให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ของไทยแปรผันตามราคาในต่างประเทศ ทั้งๆ ที่บางส่วนสกัดในประเทศ บางส่วนนำเข้า แต่ใช้ราคานำเข้าบวกค่าระวางและค่าใช้จ่ายต่างๆ หลักๆ คือ

  1. พืชโปรตีนในกลุ่มของกากถั่วเหลืองซึ่งเรานำเข้าประมาณ 3 ล้านตันต่อปี อากรขาเข้า 2% ราคาสูงที่เพราะรวมค่าใช้จ่ายในการนำเข้า กำไรขั้นต้น และค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยความต้องการใช้กากถั่วเหลืองในภาคปศุสัตว์ต่อปีประมาณ 5 ล้านตัน
  2. กากถั่วเหลืองส่วนหนึ่งประมาณ 2 ล้านตันต่อปี เป็นผลพลอยได้จากการสกัดน้ำมันถั่วเหลือง จากการนำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองในอุตสาหกรรมน้ำมันถั่วเหลือง ที่อากรขาเข้าเมล็ดถั่วเหลือง 0% กลุ่มนี้ตั้งราคาจำหน่ายตามกลุ่มที่ 1 คล้ายกับการตั้งราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่อิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์ บวกค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เสมือนนำเข้า

          เราต้องไปดูกันต่อว่าโครงสร้างราคาปัจจุบันมีความยุติธรรมเพียงใด และมีประเด็นอะไรบ้างที่น่าจะต้องมีการปรับสัดส่วนให้เหมาะสม ตามต้นทุนการสกัดจริง ไม่ให้สูงไปเพื่อป้องกันไม่ให้มีการหาประโยชน์จากเกษตรกรและกลุ่มโรงงานอาหารสัตว์ โดยการตั้งราคาจำหน่ายที่สูงเกินควร ทำให้ต้นทุนภาคปศุสัตว์ไทยสูงกว่านานาประเทศ กระทบความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ และเปิดช่องให้มีการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์มาจากต่างประเทศ เช่น หมูเถื่อน เนื้อวัวเถื่อน เป็นต้น

          อย่างไรก็ตามข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในบ้านเราก็มีลักษณะที่สันนิษฐานได้ว่ามีการนำโครงสร้างราคาข้าวสาลีในต่างประเทศ + ต้นทุนการนำเข้ามาเป็นราคาอ้างอิงเพราะเมื่อดูจากกราฟการเคลื่อนไหวในช่วง  2554-2567 ที่ผ่านมา

          ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศมีความเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกับข้าวสาลี + ค่าใช้จ่ายในการนำเข้า ทั้งๆ ที่ข้าวโพดมีภาษีนำเข้าที่สูงมากทั้งในโควต้าและนอกโควต้า จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามโครงสร้างอากรขาเข้าปัจจุบันที่มักเรียกกันว่าตามกรอบ WTO ส่วนใหญ่จะนำเข้าข้าวสาลีมาทดแทนส่วนขาดกรณีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เพียงพอ

          เริ่มต้นเรามาทำความเข้าใจกับตลาดล่วงหน้าของสินค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์กลุ่มนี้ โดยจะขอพูดถึง 4 ตัวด้วยกันประกอบด้วยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวสาลี ถั่วเหลือง และกากถั่วเหลือง เขานำราคาช่วงส่งมอบไหนไปทำกราฟความเคลื่อนไหวของราคาที่เรานำมาวิเคราะห์กัน ตลอดจนวัตถุดิบแต่ละตัวมีช่วงส่งมอบเดือนไหนบ้าง

  1. สัญญาข้าวโพดในตลาด CBOT (Chicago Board of Trade) มีเดือนส่งมอบหลัก 5 เดือน ซึ่งมีความสัมพันธ์กับฤดูกาลเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว ดังนี้ครับ: 
  • มีนาคม (March - H): ช่วงเตรียมการก่อนฤดูเพาะปลูก
  • พฤษภาคม (May - K): ช่วงฤดูเพาะปลูกหลักในสหรัฐฯ
  • กรกฎาคม (July - N): ช่วงข้าวโพดออกดอกและเป็นสัญญาที่มีปริมาณซื้อขายสูงก่อนเก็บเกี่ยว
  • กันยายน (September - U): ช่วงเริ่มต้นฤดูเก็บเกี่ยว
  • ธันวาคม (December - Z): ช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งมักเป็น สัญญาที่มีสภาพคล่องสูงที่สุด (Most Active) ในรอบปี 

สำหรับการดูกราฟเพื่อวิเคราะห์ราคาปัจจุบัน ตลาดส่วนใหญ่จะอ้างอิง "สัญญาปัจจุบัน" (Front-month/Most Active Contract) ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาเพื่อให้สะท้อนราคาที่ใกล้ความจริงที่สุดครับ โดยสามารถเช็คราคาเรียลไทม์ได้ที่หน้า https://www.cmegroup.com/markets/agriculture/grains/corn.quotes.html  

  1. สัญญาข้าวสาลีในตลาด CBOT (Chicago Board of Trade)โดยปกติจะแสดงราคาของ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ซึ่งมีการส่งมอบใน 5 เดือนหลัก ดังนี้ครับ:
  • เดือนที่ส่งมอบ: มีนาคม (H), พฤษภาคม (K), กรกฎาคม (N), กันยายน (U) และ ธันวาคม (Z)
  • การเลือกใช้ราคากราฟ:
    • Nearby/Front Month: กราฟส่วนใหญ่มักแสดงราคาของ "เดือนที่ใกล้ที่สุด" (เช่น หากปัจจุบันคือเดือนเมษายน กราฟจะแสดงราคาส่งมอบเดือน พฤษภาคม) เนื่องจากมีปริมาณการซื้อขายสูงสุดและสะท้อนราคาตลาดปัจจุบันได้ดีที่สุด
    • Continuous Chart: ในการดูภาพรวมระยะยาว กราฟจะใช้วิธีต่อเชื่อมราคาสัญญาเดือนใกล้ที่สุดเข้าด้วยกันเพื่อให้เห็นความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง 

ข้อควรระวัง: เมื่อเข้าใกล้กลางเดือนที่ส่งมอบ (ประมาณวันที่ 15) ปริมาณการซื้อขายจะย้ายไปอยู่ที่เดือนถัดไปแทน (เช่น ย้ายจากพฤษภาคมไปกรกฎาคม) ซึ่งอาจทำให้ราคากระโดดได้

  1. สัญญาถั่วเหลือง (Soybean) ในตลาด CBOT (Chicago Board of Trade)ที่เป็นสัญญาอ้างอิงหลัก (Benchmark) มักใช้เดือนที่ใกล้ที่สุดที่ยังซื้อขายอยู่ หรือที่เรียกว่า Front Month เพื่อดูราคาปัจจุบัน (เช่น เดือน มี.ค., พ.ค., ก.ค., ส.ค., ก.ย., พ.ย.) โดยเดือนที่นิยมใช้เป็นอ้างอิงช่วงต้นปี 2026 คือสัญญาเดือนมีนาคม (SH26) และพฤษภาคม (SK26) 

รายละเอียดสัญญาซื้อขายถั่วเหลือง CBOT:

  • เดือนที่ซื้อขาย (Contract Months): มีการส่งมอบเดือน ม.ค. (F), มี.ค. (H), พ.ค. (K), ก.ค. (N), ส.ค. (Q), ก.ย. (U), พ.ย. (X)
  • สัญญาหลัก: สัญญาที่ได้รับความนิยมสูงและมีสภาพคล่องสูงจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เช่น เดือน พ.ย. (ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวสหรัฐฯ) หรือเดือน ก.ค.
  • การอ้างอิงราคา: นิยมดูราคาสัญญาล่วงหน้า (Futures) ที่มีกำหนดส่งมอบใกล้ที่สุดหรือเดือนที่ใกล้หมดอายุ (Front Month) 

หากต้องการเช็คราคาล่าสุด ควรระบุเดือนที่ต้องการ เช่น "Soybean May 2026 (SK26)" ตามข้อมูลจาก 1 และ 2 ในกลุ่ม CME Group 

          สัญญาซื้อขายถั่วเหลือง (Soybean Futures) ในตลาด CBOT (Chicago Board of Trade) ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ CME Group ไม่ได้มีการซื้อขายทุกเดือน แต่มีกำหนดส่งมอบเฉพาะ 7 เดือนหลัก ตลอดทั้งปี ดังนี้ครับ:

  • มกราคม (January - F)
  • มีนาคม (March - H)
  • พฤษภาคม (May - K)
  • กรกฎาคม (July - N)
  • สิงหาคม (August - Q)
  • กันยายน (September - U)
  • พฤศจิกายน (November - X)

เดือนที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ

แม้จะมีการซื้อขายใน 7 เดือนข้างต้น แต่มีบางเดือนที่ถือเป็น Benchmark หรือตัวแทนราคาที่สำคัญตามฤดูกาลผลิต: 

  • เดือนพฤศจิกายน (November): ถือเป็นสัญญา "New Crop" ของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเป็นช่วงหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตใหม่ในซีกโลกเหนือ จึงมักมีปริมาณการซื้อขายและสภาพคล่องสูงมาก
  • เดือนพฤษภาคม (May): มักถูกใช้เป็นตัวแทนของช่วงที่ผลผลิตใหม่จาก อเมริกาใต้ (เช่น บราซิล) ออกสู่ตลาด
  • เดือนกรกฎาคม (July): มักเป็นช่วงที่มีความผันผวนสูงเนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อก่อนผลผลิตใหม่จะออก และเป็นช่วงที่ตลาดจับตาดูสภาพอากาศในการเพาะปลูก 

รายละเอียดสัญญา (Contract Specs)

  • หน่วยการซื้อขาย: 5,000 บุชเชล (Bushels) ต่อ 1 สัญญา
  • การเสนอราคา: หน่วยเป็น เซนต์ต่อบุชเชล (U.S. cents per bushel)
  • วันสิ้นสุดการซื้อขาย: โดยปกติคือวันทำการก่อนวันที่ 15 ของเดือนที่ระบุในสัญญา 

 

เช่น ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 ราคาถั่วเหลืองในตลาดซื้อขายล่วงหน้าสำหรับสัญญาเดือนพฤษภาคม 2026 อยู่ที่ประมาณ 1,150.25 เซนต์ 

  1. สัญญากากถั่วเหลือง (Soybean Meal) ในตลาด CBOT (Chicago Board of Trade)ภายใต้กลุ่ม CME Group มีเดือนที่ใช้ในการซื้อขายและแสดงบนกราฟราคาทั้งหมด 8 เดือน ต่อปี ดังนี้ครับ: 
  • มกราคม (January - F)
  • มีนาคม (March - H)
  • พฤษภาคม (May - K)
  • กรกฎาคม (July - N)
  • สิงหาคม (August - Q)
  • กันยายน (September - U)
  • ตุลาคม (October - V)
  • ธันวาคม (December - Z) 

ข้อสังเกตสำหรับการดูกราฟ:

  • กราฟราคาที่คุณเห็นมักจะแสดงเป็น "สัญญาเดือนส่งมอบปัจจุบัน" (Front Month) หรือสัญญาที่มีสภาพคล่องสูงสุดในขณะนั้น
  • หากต้องการดูข้อมูลภาพรวมระยะยาว มักใช้กราฟ Continuous Contract (เช่นรหัส ZM1! ใน TradingView) ซึ่งจะต่อเชื่อมราคาจากเดือนหนึ่งไปสู่อีกเดือนหนึ่งให้โดยอัตโนมัติ 

          และนี่ก็คือความรู้ที่ผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์จะต้องรู้ไว้ เพราะเกี่ยวข้องกับภาคปศุสัตว์โดยตรง ซึ่งถ้าไม่มีการรวบรวมรายละเอียดมา ก็จะเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ โดยข้อมูลเหล่านี้ก็จะเป็นประโยชน์ในภายภาคหน้าในการบริหารต้นทุนการผลิตของภาคปศุสัตว์

 

 

Visitors: 631,929