NE swine raiser mobile meeting 1 2026
ประชุมสัญจรหมูอีสาน ครั้งที่ 1 นายกหมูอีสานขอบคุณสมาชิกที่ร่วมโครงการรักษาเสถียรภาพ ปศุสัตว์ยกทีมชี้ช่องต่อยอดผู้เลี้ยงสุกร
25 มีนาคม 2569 จังหวัดสุรินทร์-นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือย้ำเดินหน้าโครงการตัดวงจรลูกสุกรให้ครบ 6 เดือน ขณะที่ราคาหน้าฟาร์มขยับมาที่ราคาทุน
นายชยุต รุ่งพัฒนาชัยกุล นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือกล่าวขอบคุณสมาชิกที่ให้ความร่วมมือกับกิจกรรมของผู้เลี้ยงสุกรทั้งประเทศ ประกอบด้วยกิจกรรมการตัดวงจรการผลิตลูกสุกรทำหมูหันและจำหน่ายเนื้อสุกร 2 กิโลกรัม 100 บาท โดยกิจกรรมจำหน่ายเนื้อสุกรที่จัดระหว่าง 20 กุมภาพันธ์ ถึง 13 มีนาคม 2569 ในพื้นที่ 18 จังหวัด ลุล่วงและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนกิจกรรมตัดวงจรลูกสุกรทางหมูหันยังคงดำเนินต่อให้ครบ 6 เดือนตามเป้าหมาย แม้ราคาปัจจุบันจะขยับตัวขึ้นมาหลายสัปดาห์ แต่ยังคงอยู่ที่ระดับต้นทุนเท่านั้น โดยยอดจำนวนลูกหมูที่เข้าร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 11,280 ตัวประกอบด้วย



การประชุมสามัญสัญจร ครั้งที่ 1/2569 ของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีการแทรกงานสัมมนาวิชาการที่น่าสนใจทั้ง 3 ช่วง และเปิดโอกาสให้กับผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่แม้จะไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็ตาม ทำให้มีเกษตรกรโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์เข้ามาร่วมกิจกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยการประสานงานโดยคณะกรรมการสมาคมฯ ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ ทำให้กิจกรรมประชุมสามัญสัญจรบรรลุผลไปยังดี โดยมีภาคบริษัทผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมาก
นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติได้ให้เกียรติมาเปิดการประชุม ได้กล่าวขอบคุณสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้และให้เกษตรกรได้มาพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลในการประกอบอาชีพการเลี้ยงสุกร ขอบคุณวิทยากร ผู้ให้การสนับสนุน สื่อมวลชน และผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นที่สวนป่ารีสอร์ท จังหวัดสุรินทร์ โดยมี 3 กิจกรรมสัมมนาวิชาการที่น่าสนใจเริ่มตั้งแต่หัวข้อ “คุมต้นทุน คุมผลผลิต ด้วยโภชนาการและข้อมูล” โดย ร.ศ.ดร.เยาวมาลย์ ค้าเจริญ นายกสมาคมนักอาหารสัตว์ไทย โดยได้มีการนำเสนอตั้งแต่ประเด็น
- อนาคตของสุกรไทยและทิศทางธุรกิจสุกร
- โรคสุกรที่เกิดอันเนื่องมาจากอาหาร
- เทคนิคในการประกอบสูตรอาหารสุกร
- ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงในการประกอบสูตรอาหารสุกร
- การประกอบสูตรอาหารเพื่อพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพซาก


สุดท้ายได้แสดงให้เห็นถึงเส้นทางองค์ประกอบที่ส่งผลต่อคุณภาพของเนื้อสุกรที่เริ่มตั้งแต่พันธุกรรม อาหาร โรงฆ่าสัตว์ การตัดแต่ง จนถึงผู้บริโภค
สพ.ญ.ดร.เมตตา เมฆานนท์ นายกสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทยได้มานำเสนอหัวข้อทิศทางสุกรปี 2569 ซึ่งเป็นปีที่คาดเดาได้ยากมากเนื่องจากมีปัจจัยทั้งภายนอกและภายในที่มีความพลิกผันตลอดเวลา

ในการจัดการฟาร์ม โรคที่ยังคงมีผลกระทบต่อผลผลิตยังคงให้ความสำคัญไปที่การจัดการสุขภาพสุกรจากปัญหาโรคสุกร โดยเฉพาะโรคอหิวาแอฟริกาในสุกร(ASF) และ PRDC (Porcine Respiratory Disease Complex) กลุ่มอาการโรคระบบทางเดินหายใจในสุกร ไม่ใช่โรคที่เกิดจากเชื้อเพียงชนิดเดียว แต่เป็น กลุ่มอาการ ที่เกิดจากการติดเชื้อร่วมกันระหว่างไวรัส แบคทีเรีย และมีปัจจัยด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่เป็นปัญหาพื้นฐานที่จัดการโดยโปรแกรมวัคซีนที่สอดคล้องกับฟาร์ม
ประเด็นการขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ทำให้มุมมองด้านความมั่นคงทางอาหารมีความสำคัญมากขึ้น ในขณะที่เศรษฐกิจในประเทศเชื่อมโยงกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำของประเทศไทย ผูกโยงกับเงินในกระเป๋าของประชาชนและเงินสำหรับการบริหารธุรกิจ ที่รวมถึงธุรกิจสุกรด้วย
มีการแยกกลุ่มประเทศในเอเชียที่มีราคาสุกรขุนที่แตกต่างกันไปตั้งแต่
- กลุ่มหมูราคาสูง ได้แก่ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ เมียนมา และกัมพูชา
- กลุ่มหมูราคาอืด ซึ่งก็คือ ประเทศไทย ที่เป็นปัญหาใหญ่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
- กลุ่มหมูราคาตกต่ำมาก ที่มี 2 ประเทศหลัก ได้แก่ จีน และลาว
โดยในส่วนของความยั่งยืนในธุรกิจสุกรไทย หลังจากมีการส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย ที่มีการประมาณการตัวเลขในปี 2569 ถึง 4,000 ล้านบาท โดยประเทศสิงคโปร์ยังอยู่ระหว่างรอรับรองโรงงานซึ่งยังไม่สามารถประเมินมูลค่าการส่งออกได้

ประเด็นน่าสนใจมาก คือ แนะนำให้การประกอบอาชีสุกรมุ่งเน้นไปถึงการแปรรูปอาหารสำเร็จรูปที่ทำจากสุกรในบ้านเรา ยังไม่มีความหลากหลายซึ่งสอดคล้องกับการสัมมนาของทีมผู้บริหารจากกรมปศุสัตว์ในหัวข้อที่ 3 โดยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ประกอบด้วย
- น.สพ.ประยูร พรมไธสง นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์
- น.สพ.ธนวิทย์ มะลิซ้อน นายสัตวแพทย์ชำนาญการ รักษาการหัวหน้าด่านกักกันสัตว์สุรินทร์ มีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานด้านปศุสัตว์ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์โดยเฉพาะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
- น.สพ.จิระวุฒิ จันทร์งาม ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (ศวพ.สุรินทร์)
- ดร.กมล ฉวีวรรณ เป็นนักวิชาการสัตวบาลชำนาญการพิเศษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาพันธุ์สุกร สังกัดสำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ มีบทบาทสำคัญในการวิจัยและปรับปรุงพันธ์สุกรพื้นเมืองและสุกรพันธุ์ปากช่อง (เช่น ปากช่อง 2, ปากช่อง 5) รวมถึงการใช้เทคโนโลยีจีโนมเพื่อพัฒนาการผลิตสุกร
- นางสาวอุไร แสนคุณท้าว ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์มหาสารคามกองผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ เป็นนักวิจัยสังกัดกรมปศุสัตว์ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์และการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร
จากความหลากหลายของวิทยากรจากกรมปศุสัตว์ทั้ง 5 ท่าน เกษตรกรผู้เข้าร่วมการสัมมนาจึงได้ความรู้หลากหลายเริ่มตั้งแต่ความรู้เรื่องสายพันธุ์ สายพันธุ์ที่เด่นๆ สำหรับพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ในประเทศไทย
การตรวจโรคการวินิจฉัยโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นในฟาร์ม การเกิดโรคระบาดต่างๆในพื้นที่ในช่วงปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะโรคปากและเท้าเปื่อยซึ่งหลักๆ จะเกิดในกลุ่มของวัว
การฉายภาพให้เห็นถึงห่วงโซ่ในการและการประกอบอาชีพการเลี้ยงสุกรในพื้นที่อีสานใต้ที่จะมีความเชื่อมโยงกับโรงเชือดต่างๆ กับผู้ประกอบการฟาร์ม ที่สามารถเป็นเส้นเลือดที่ทำให้การเลี้ยงสุกรในภาคอีสานมีห่วงโซ่สอดรับตั้งแต่การเลี้ยง การชำแหละ การแปรรูป
และสุดท้ายประเด็นสำคัญข้อมูลจากศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ มหาสารคาม ได้ให้ความคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับการพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรภาคปศุสัตว์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งศูนย์วิจัยและพัฒนามีความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนตั้งแต่การริเริ่มการดำเนินการตั้งแต่ความเป็นไปได้ ตั้งแต่การพัฒนาอาหารแปรรูปจากสุกรชนิดต่าง โรงงานระดับเล็ก จนถึงโรงงานระดับใหญ่รวมทั้งการดำเนินการด้านการตลาด ซึ่งเป็นแนวทางที่น่าจะสอดรับกับประเทศไทยอย่างยิ่งในปัจจุบัน โดยการพัฒนาเมนูจากเนื้อสุกรในประเทศไทยยังไม่มีความหลากหลาย โดยประเด็นเมนูหลักๆ ที่สามารถนำมาใส่บรรจุภัณฑ์พร้อมรับประทาน เช่น กระป๋องหรือบรรจุภัณฑ์อื่นๆ ที่เป็นลักษณะพร้อมรับประทานที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นในลักษณะของการถนอมอาหารอย่างในอดีต เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตปัจจุบันของพลเมืองไทยและพลเมืองโลก
การจัดสัมมนาร่วมกับการประชุมสัญจรของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นแนวคิดที่น่าสนใจในกรณีการเข้าร่วมกิจกรรม โดยสามารถเป็นเกษตรกรในพื้นที่ แม้ยังไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคมฯ ก็ตาม ซึ่งสามารถนำความรู้ที่ได้ไปตั้งต้น ต่อยอด ในเรื่องของการประกอบอาชีพ และการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่เป็นห่วงโซ่ต่อเนื่องจากการเลี้ยงสุกร ซึ่งการประชุมสัญจรและร่วมกับการสัมมนาทางวิชาการที่น่าสนใจน่าจะมีการพิจารณาจัดขึ้นอย่างครอบคลุมในจังหวัดอื่นๆ อีกต่อไป
สำหรับบริษัทที่เข้าร่วมกิจกรรม “นิทรรศการฟาร์มแฟร์” ประกอบไปด้วย
ศูนย์วิจัยและพัฒนาภัณฑ์สุกร
บริษัท ซีพีเอฟ(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน)
_จำกัด(มหาชน).jpg)
กลุ่มธุรกิจเวชภัณฑ์สัตว์บก เครือเจริญโภคภัณฑ์




แอมโก้ กรุ๊ป

บริษัท เบทาโกรเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด


บริษัท ลิลลี่ ฟู้ดแอนด์ซายน์ จำกัด



มาสเตอร์เวท กรุ๊ป


บริษัท เวท อะกรีเทค จำกัด

บริษัท เอ็น ซี เอช(ประเทศไทย) จำกัด

บริษัท ซีซีโกลบอลเทรดจำกัด



บริษัท บำบัดพัฒนา จำกัด


