Thai Pig Pork Market Structure Research 2026

วิเคราะห์โครงสร้างตลาดสินค้าสุกร "สมบูรณ์แบบ" แต่ต้องวิเคราะห์ประสงค์ TOR ผู้ว่าจ้าง? อันตรายมาก “ความคิดแพ้คัดออก!!” กับ ทางเลือกที่น้อยลงของพลเมืองไทย

โดย สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ

24 กันยายน 2569

          ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมทีมงานวิจัยของ ผศ.ดร. สุวรรณา สายรวมญาติ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ที่รวบรวมภาพตลอดห่วงโซ่โครงสร้างตลาดสุกรในประเทศไทย ที่ผู้วิจัยโครงการนำเสนอว่าทำตาม TOR และมากกว่า TOR ที่นำเสนอเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ซึ่งภาพต่างๆ เหล่านี้ผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการทราบกันเป็นอย่างดี โดยตัวเลขที่เป็นพารามิเตอร์วัด performance เช่น FCR PSY ที่มีความแตกต่างกันไป ส่วนจะนำไปเป็นข้อหารือต่อคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตสุกรอย่างไรนั้น ก็เป็นประเด็นของผู้แทนกรรมการในคณะอนุกรรมการดังกล่าวจากกระทรวงพาณิชย์ที่จะไปนำเสนอ


          นายสัตวแพทย์เกียรติภูมิ พฤกษะวัน เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ได้แสดงความเห็นว่าคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตสุกร มีกรรมการจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนการทำตัวเลขและแนวคิดวิธีการต่างๆ มีความชัดเจนของที่มาที่ไปที่เป็นเอกสารยืนยัน ถ้าจะนำการวิจัยไปพูดคุยเพื่อปรับแนวทางการคำนวณก็ต้องไปหารือและให้ทุกฝ่ายเห็นชอบ


          ระหว่างงานวิจัยภาคสนาม ผู้วิจัยก็ประสบปัญหาในเรื่องของจำนวนฟาร์มตัวอย่างน้อยลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับผู้แสดงความเห็นจากสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติว่ากลุ่มฟาร์มที่พึ่งราคาหน้าฟาร์มอย่างเดียวอยู่ไม่ได้ และออกจากอาชีพไปเป็นจำนวนมากพร้อมกับทรัพย์สินที่สูญเสียไปในช่วงราคาสุกรตกต่ำ ทั้งที่ดินบ้าง(ที่เป็นข้อมูลจากผู้วิจัย) ทองคำสะสมบ้าง ที่ฟาร์มแห่งหนึ่งในราชบุรีสะสมไว้น้ำหนักทองกว่า 2,000 บาท (หรือน้ำหนัก 30.4 กิโลกรัม) มูลค่าปัจจุบันกว่า 130 ล้านบาท หายไปช่วงหมูขาดทุน ฟาร์มที่อยู่ได้จะมีการกระจายความเสี่ยง หรือต่อยอดไปยังโรงเชือด ค้าปลีก แปรรูป รวมไปถึงโรงงานอาหารสัตว์ในกลุ่ม ซึ่งเป็นการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาราคาหน้าฟาร์มที่ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมามีผลขาดทุน แต่ก็สามารถที่จะได้กำไรจากธุรกิจที่ต่อยอด

          กับคำถามที่ว่าขาดทุนทำไมยังอยู่ได้ จึงโฟกัสไปที่กลุ่มฟาร์มครบวงจร ที่ผู้ทำการวิจัยและนำเสนอข้อมูลว่าขาดทุนจุดนี้แต่ไปได้กำไรจากห่วงโซ่อื่น 

          การขาดทุนทางการเงิน เมื่อพิจารณาเหตุผลข้อนี้ ทำให้สรุปมุมมองของผู้ทำการวิจัยว่าเป็นการขาดทุนตามงบการเงินปกติ  แต่ผู้นำเสนอการวิจัยไปเชื่อมโยง กับ งบกระแสเงินสด และงบกำไรส่วนเกิน ซึ่งผู้ทำการวิจัยไม่ได้บอกว่าเป็นการประเมินจากกลุ่มฟาร์มครบวงจร หรือค่าเฉลี่ยกับฟาร์มทั้งหมด แต่จากการออกจากอาชีพการเลี้ยงสุกร ของกลุ่มที่พึ่งพาราคาหน้าฟาร์มเพียงอย่างเดียวที่สุดท้ายก็คือ ขาดทุนและติดลบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น

  • งบการเงินปกติ (Financial Statement) คือ รายงานทางการเงินที่จัดทำขึ้นอย่างเป็นระบบ เพื่อสรุปภาพรวมฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน

  • งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement) ที่งบการเงินที่แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวเข้าและออกของเงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสด

  • งบกำไรส่วนเกิน (Contribution Margin Income Statement) คืองบการเงินภายในที่จัดทำขึ้นตามแนวคิดการบัญชีเพื่อการจัดการ โดยจะแยกแยะค่าใช้จ่ายตามลักษณะพฤติกรรมต้นทุนออกเป็นต้นทุนผันแปรและต้นทุนคงที่โดยการประเมินผลประกอบการของกิจการต่างๆ ต้องพิจารณาจากงบการเงินปกติ โดยอัตรากำไรขั้นต้น(ถ้ามี) ของธุรกิจการเกษตรในประเทศไทยจะต่ำมากอยู่แล้ว  

          ถ้าประเมินจากโครงสร้างและแหล่งที่มาของต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ของกลุ่มฟาร์มครบวงจรขนาดใหญ่ มีความเป็นไปได้ที่งบกระแสเงินสดและงบกำไรส่วนเกินจะเป็นผลบวก ที่ต้องรวมโรงงานอาหารสัตว์ หรือโรงผสมอาหารสัตว์ในฟาร์มเข้าไปด้วย กรณีไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลแยกต่างหากออกไป โดยประเด็นนี้ก็จำกัดเฉพาะฟาร์มขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพนำเข้ากากถั่วเหลืองเอง และจัดหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในระดับราคาเดียวกับผู้รวบรวม 

          ผู้เลี้ยงสุกรคงไม่เห็นด้วยกับการที่จะใช้วิธีให้ผู้ที่มีความสามารถบริหารต้นทุนได้ดีกว่า ได้ประกอบการต่อ โดยผู้ที่ไม่สามารถบริหารต้นทุนได้ดีก็ไม่สามารถที่จะอยู่ต่อตามที่ผู้วิจัยได้ตอบคำถามนี้ในช่วงเปิดให้แสดงความเห็น เพราะการเลี้ยงสุกรเป็นอาชีพทางด้านเกษตรกรรมที่มีพลเมืองพึ่งพาการประกอบอาชีพดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ประเทศมีปัญหาในเรื่องของการเข้าถึงเศรษฐกิจซึ่งเป็นตัวสร้างปัญหากับหนี้สินภาคครัวเรือนที่นับวันยิ่งมากขึ้น ความเหลื่อมล้ำที่วัดจาก Gini index ของประเทศไทยนับวันยิ่งมากขึ้น

          โดยปัญหาต่างๆ เหล่านี้เรามีเพียงแค่พูดกันต่อเนื่องมาหลายปี โดยการแก้ปัญหาต้องแก้ทั้งระบบในเรื่องของการเข้าถึงแหล่งรายได้ และการประกอบอาชีพให้มีผลกำไร ไม่ใช่การไปแก้ปลายทาง เช่น การปรับโครงสร้างเงินกู้ การขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ หรือแนวทางอื่นๆ ที่เป็นการแก้ปัญหาปลายทาง

          กรณีต้นทุนที่ต่ำของฟาร์มครบวงจรขนาดใหญ่ จะได้ประโยชน์ในกรณีของการจัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ที่นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรเขต 7 เคยบอกว่ากลุ่มฟาร์มครบวงจรขนาดใหญ่ก็คือผู้รวบรวม เช่นกัน ในกรณีของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หมายถึงได้ราคาต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่จะนำไปใช้ในราคาเดียวกับผู้รวบรวม แต่ราคาหน้าโรงงานอาหารสัตว์ ที่โรงงานอาหารสัตว์และกลุ่มฟาร์มที่ผสมอาหารเองต้องชำระราคาในระดับราคาอีกระดับหนึ่ง ซึ่งตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมาไม่มีการควบคุมระดับราคาที่สูงและเคยวิ่งขึ้นไปถึง 13.20 บาท ในฤดูกาลปี 2568-2569  จึงไม่แปลกที่ฤดูกาล 2569-2570 กลุ่มสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจึงกดดันให้กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศให้ชัดเจนว่าราคาความชื้น 30% และความชื้น 14.5% ต้องให้ชัดเจนตลอดฤดูกาล

          โดยประเด็นดังกล่าวนายสัตวแพทย์เกียรติภูมิก็ได้แสดงความเห็นในเวทีการสัมมนาวิเคราะห์ดังกล่าวว่าถ้าเป็นไปได้อยากให้ธุรกิจสุกรเป็นไปอย่างเดียวกับกลุ่มข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่มีการขอกำไร 24% ให้ชาวไร่ข้าวโพดสำหรับฤดูกาล 2569-2570 

          นอกเหนือจากประเด็นการได้เปรียบของกลุ่มฟาร์มครบวงจรขนาดใหญ่ที่ได้ต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในระดับเดียวกับผู้รวบรวม ยังได้ต้นทุนต่ำจากการนำเข้ากากถั่วเหลืองโดยตรงจากต่างประเทศที่เมื่อรวมต้นทุนค่าขนส่งทั้งการนำเข้าและค่าขนส่งในประเทศ(ในช่วงปกติ)แล้ว จะมีต้นทุนส่วนเกินจากราคา CBOT เพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ 2 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น แตกต่างจากที่โรงงานสกัดน้ำมันถั่วเหลืองในประเทศบวกเพิ่มต่อไปอีก 2-3 บาทต่อกิโลกรัม ที่ทำให้โรงงานอาหารสัตว์ระดับกลางถึงเล็ก และฟาร์มสุกรที่ผสมอาหารเองระดับกลางถึงเล็กอยู่ไม่ได้   (สัปดาห์ที่ 38/2569 ราคากากถั่วเหลืองที่กำหนดราคาโดยโรงงานสกัดน้ำมันถั่วเหลือง 18.50 บาทต่อกิโลกรัม : ต้นทุนนำเข้ากากถั่วเหลืองเอง 13.25+ค่าใช้จ่ายในการนำเข้า 2.0 บาท = 15.25 บาทต่อกิโลกรัม)

          การอ้างแต่ผู้บริโภค แต่มาโฟกัสที่ราคาหน้าฟาร์ม จึงไม่ใช่คำตอบ เพราะปัจจุบันราคาอาหารในกลุ่มพร้อมรับประทานทั้งหลายมีโครงสร้างราคาที่ไปไกลมากแล้วเมื่อเทียบกับราคาสุกรหน้าฟาร์ม เพราะในช่วงของราคาสุกรหน้าฟาร์มปรับตัวขึ้นราคาอาหารก็จะปรับตัวตามและจะอยู่ในระดับนั้นต่อไปแม้ราคาสุกรหน้าฟาร์มจะมีการย่อตัวลงมาแล้วก็ตาม โดยมีการเปรียบเทียบราคาหมูกรอบที่เคยรับประทานกันตั้งแต่กิโลกรัมละ 400 บาทจนปัจจุบันสูงถึง 700-1,000 บาท เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความเห็นของคุณชยานนท์ กฤตยาเชวง กรรมการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ที่ร่วมประชุมออนไซต์  

          ผู้แทนจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้ให้ความมั่นใจต่อผู้เลี้ยงสุกรในที่ประชุมว่าในการประเมินวิธีคาดการณ์ต้นทุนการผลิตแต่ละไตรมาส มีการทำองค์ประกอบตามหลักวิชาการอย่างถูกต้อง ซึ่งประเด็นนี้สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เคยให้มุมมองกับ สศก.ในเวทีอื่นถึงการทำตัวเลขต้นทุนการผลิตสุกร ไม่ควรทำเพียงตัวเลขอย่างเดียว ควรวิเคราะห์ต่อไปถึงจะเข้าไปบีบส่วนประกอบของต้นทุนให้ต่ำลงให้ใกล้เคียงระดับนานาชาติได้อย่างไร เสมือนการทำบัญชีไม่ควรแค่เพื่อส่งงบการเงิน ควรทำบัญชีเพื่อการบริหารด้วย เพื่อให้คุ้มค่ากับการทำงานและงบประมาณแผ่นดินของประเทศ

          โดยสรุปแล้วการวิจัยมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพิจารณาตลอดห่วงโซ่การเลี้ยงสุกร ว่ามีจุดไหนบกพร่อง จุดไหนที่จะต้องเข้าไปควบคุมเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่  แต่ถ้าจะนำต้นทุนการผลิตสุกรที่ไปโยงกับการได้ต้นทุนในระดับที่ต่ำของโรงงานอาหารสัตว์ขนาดใหญ่ มาคิดเป็นต้นทุนการผลิตสุกรและนำไปเป็นค่าเฉลี่ยกับกลุ่มฟาร์มทั่วไป ไม่เป็นผลดี ที่จะทำให้โครงสร้างการเลี้ยงสุกรที่เปลี่ยนไปมากแล้ว จะคงเหลือแต่รายใหญ่ที่เป็นไปตามบทวิจัย 1 ว่าจะมีการผูกขาดในอนาคตกันมากขึ้น

ติดตามการนำเสนอผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงสร้างตลาดสินค้าสุกรตลอดห่วงโซ่อุปทาน ปี 2569  

 

 

Visitors: 651,725