TSVA Surin 17 07 2026

Update SAT1 ผ่าน TSVA สัมมนาสัญจรสุรินทร์ และคณะเตรียมความพร้อม SAT1 กระทรวงเกษตรฯ :   FMD SAT1 ขยายวงในวัวหลายมณฑล คณะกรรมการเตรียมความพร้อมฯ เดินหน้างบกลาง อย.และแผนปูพรมวัคซีน

17 กรกฎาคม 2569 สุรินทร์ “TSVA สัมมนาสัญจร” FMD SAT1 ขยายวงในวัวหลายมณฑลที่ยังไม่ยืนยันเป็นทางการ ประกอบด้วย ชิงไห่ เสฉวน เหอเป่ย และซานตง บนเวทีมองการได้วัคซีนเร็วยิ่งสร้างภูมิได้เร็ว 

          น.สพ.สิทธิโชค เอกผักนาก ปศุสัตว์จังวัดสุรินทร์  ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน โดยมีคุณชยุต รุ่งพัฒนาชัยกุล นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวรายงาน และ เปิดงานและโดยคุณสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ

          ตั้งแต่ 09.30 น. เป็นช่วงของ TSVA สัมมนาสัญจร “โรคอุบัติใหม่โรคปากและเท้าเปื่อยสายพันธุ์ SAT1” ศ.น.สพ.ดร.รุ่งโรจน์ ธนาวงศ์นุเวช คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาให้ความรู้ในหัวข้อรู้จักกับ SAT1 โดยส่วนใหญ่การมาของโรคดังกล่าว จะมาจากพม่าโดยผ่านจากวัวที่มาจากฝั่งตะวันตก โดยทางตอนเหนือและทางอีสานที่มาจากเวียดนามก็เป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังเช่นกัน

          ประเทศไทยมี 3 Serotype ประกอบด้วย O A และ Asia1 จากทั้งหมด 7Serotype การระบาดในแต่ละพื้นที่ต้องตรวจให้ชัดเจนว่าเป็น Serotype ไหน จะได้ใช้วัคซีนที่ตรงกับสายพันธุ์ แต่ก็มีวัคซีนรวมที่ใช้สำหรับกรณีที่ไม่ทราบ Serotype ที่ชัดเจนแน่นอน

          สัตว์จะมีการแพร่เชื้อจากการหายใจและการกิน  การติดเชื้อจะแสดงรอยโรคตั้งแต่ที่ปาก ที่ผิวหนังและเต้านม โดยการสร้างภูมิจะเกิดการสร้างภูมิที่กระแสเลือด  กรณีลูกสุกร เชื้อจะเข้าตรงไปที่หัวใจทำให้เกิดอาการหัวใจวาย ตายได้เร็ว มีอาการเช่นเดียวกับโรคมือเท้าปากที่เกิดในคน โดยเฉพาะเด็กๆ

          รอยโรคทั้ง O A และ Asia1 กับ SAT1 มีความคล้ายคลึงกัน SAT1 ยังไม่เคยปรากฏอยู่ในประเทศไทยเกษตรกรจึงจำเป็นต้องสังเกตอาการของสัตว์ที่เลี้ยงอย่างใกล้ชิด

          แพะแกะจะเป็นตัวพาหะนำเชื้อได้อย่างดีเพราะไม่แสดงอาการ อาการโรคจะปรากฏที่ปาก เท้า ลิ้น และเต้านม หลังการตายจะพบรอยโรคที่หัวใจ ในกลุ่มของวัวจะแสดงอาการชัดเจน

          Serotype SAT1 ที่เข้ามาในเมืองจีนจะเป็น Topotype1 กับ 3 จาก 13 Topotypes ปัจจุบันประเทศไทยฉีดวัคซีนในกลุ่มของ O A และ Asia1 อยู่แล้ว SAT1 ก็จะเป็นตัวที่ต้องฉีดเพิ่ม

          การพิจารณา Serotype ของวัคซีน กับ สายพันธุ์ที่ระบาดในพื้นที่ จะตรวจดูที่ค่าr-valueในการทดสอบวัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD Vaccine) ย่อมาจากคำว่าRelationship value (หรือบางบริบทเรียกว่าAntigenic relationshipหรือVaccine matching 'r' value) ซึ่งหมายถึงค่าความสัมพันธ์ทางแอนติเจนระหว่างเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่ระบาดในพื้นที่กับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่ใช้ผลิตวัคซีน

          ในประเทศจีนก่อนที่จะมีการระบาด มีการเตรียมวัคซีนดังกล่าวที่แอฟริกาอยู่แล้วจึงทำให้นำวัคซีนดังกล่าวมาใช้ได้อย่างทันเวลา การใช้วัคซีนของประเทศไทยมีความเป็นไปได้ที่จะนำวัคซีนจากประเทศจีน กลุ่มยุโรป อเมริกาใต้ มาใช้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกรมปศุสัตว์ หลักสำคัญในการดำเนินการจัดการโรคก็คือ ต้องรู้เร็ว และป้องกันได้เร็ว

ข้อมูลพื้นฐาน FMD

  1. มีไวรัส 7 สายพันธุ์

A, O, C, SAT1, SAT2, SAT3 และ Asia1 ภูมิคุ้มกันและวัคซีนเฉพาะสายพันธุ์ไม่สามารถป้องกันข้ามสายพันธุ์ได้

  1. อาการของสัตว์

ไข้สูง แผลพุพองในปาก ลิ้น เหงือก จมูก เท้า และเต้านม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เดินกระเพก น้ำนมลด ลูกสัตว์อาจตายเฉียบพลันจากหัวใจล้มเหลว

  1. การแพร่กระจาย

ติดต่อทางการหายใจ หรือการกินเชื้อ ขับเชื้อในน้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ น้ำนม และสารคัดหลั่งอื่นๆ แพร่กระจายผ่านการเคลื่อนย้ายสัตว์ เสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์ ยานพาหนะ และอยู่รอดในสิ่งแวดล้อมและผลิตภัณฑ์สัตว์ได้

  1. การวินิจฉัย

ต้องตรวจยืนยันในห้องปฏิบัติการ โดยเก็บตัวอย่างในน้ำตุ่มพองหรือเนื้อเยื่อแผลเพื่อยืนยันโรคและระบุสายพันธุ์

  1. การป้องกันหลัก

เสริมสร้างความปลอดภัยทางชีวภาพ การเฝ้าระวังความตระหนักรู้ หากมีวัคซีนต้องใช้วัคซีนที่ตรงกับสายพันธุ์ที่ระบาดเท่านั้น

 

          รับชมผ่าน YouTube ได้ที่

https://youtu.be/VM2FTv0NMcc?si=HXNitM3XbdXGrn-e

           สพ.ญ.ดร. กิ่งกาญจน์ บุญสุยา สิโย นายสัตวแพทย์เชี่ยวชาญ ศูนย์อ้างอิงโรคปากและเท้าเปื่อยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้สร้างความมั่นใจในหัวข้อ “การเตรียมรับมือ SAT1 ของภาครัฐ เกษตรกรได้ทราบสถานะปัจจุบันว่ากรมปศุสัตว์ได้เตรียมความพร้อมเรื่องนี้ไว้อย่างไรบ้าง

          การตรวจวินิจฉัยโรคปากเท้าเปื่อย  ภายใต้ศูนย์สุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ ซึ่งรวมไปถึง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ (ศวพ.) และศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์ เป็นหน่วยงานในสังกัดของกรมปศุสัตว์ ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนงานวิชาการ ชันสูตรโรคสัตว์ วิจัยสายพันธุ์ และพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเลี้ยงสัตว์ในแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ

          หน่วยงานเหล่านี้ถูกแบ่งออกตามภารกิจเฉพาะด้านหลักๆ ดังนี้ครับ

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ (ศวพ.)

          เน้นงานด้านการชันสูตรโรคสัตว์ ตรวจสอบสินค้าปศุสัตว์ และเฝ้าระวังโรคระบาด อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ โดยแบ่งตามภาคดังนี้:

  • ภาคเหนือตอนบน (ลำปาง): ดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนบน
  • ภาคเหนือตอนล่าง (พิษณุโลก): ดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (ขอนแก่น): ดูแลพื้นที่อีสานตอนบน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (สุรินทร์): ดูแลพื้นที่อีสานตอนล่าง
  • ภาคตะวันออก (ชลบุรี): ดูแลพื้นที่ภาคตะวันออก
  • ภาคตะวันตก (ราชบุรี): ดูแลพื้นที่ภาคตะวันตก
  • ภาคใต้ตอนล่าง (สงขลา): ดูแลพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง

          ทุกศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ (ศวพ.) สามารถรับตัวอย่างติดเชื้อทั้งหมด เนื้อเยื่อ  ตัวอย่าง ต้องสงสัย ตรวจเชื้อโรค ตรวจระดับแอนตี้บอดี้ ระดับ Titer (หรือ ไทเทอร์) คือปริมาณความเข้มข้นของแอนติบอดี (Antibody)ในเลือด ซึ่งร่างกายสร้างขึ้นเพื่อต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม เช่น ไวรัส แบคทีเรีย หรือวัคซีนการตรวจวัดระดับนี้ช่วยประเมินได้ว่าร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคเหล่านั้นเพียงพอหรือไม่

          ล่าสุดการระบาดในมองโกเลียจะเป็น SAT1 Topotype 3 ในประเทศจีนจะมีการระบาดใน 2Topotype ประกอบด้วย Topotype1 กับ Topotype 3 โดยช่วงท้ายจะเป็น Topotype3 เป็นส่วนใหญ่

          การประเมินความรุนแรงของโรค หรือรอยโรค Pathogenicity study ความรุนแรงของเชื้อในระดับ 6.5 ในสุกร สามารถนำเชื้อพันธุ์(Seed) ไปทำเป็นวัคซีนได้เลย (ระดับ 6.5 ในที่นี้คือความเข้มข้นของเชื้อที่ระดับ 6.5 log₁₀ CFU/mL (หรือเท่ากับ \(10^{6.5}\) ซึ่งมีค่าประมาณ 3.16 × 10 หรือประมาณ 3.16 ล้านเซลล์ต่อมิลลิลิตร)

          การทดสอบการติดเชื้อกับสัตว์โดย

  • นำสุกรติดเชื้อ กับสุกรปกติ อยู่ด้วยกันจะใช้เวลา 2-4 วัน โดยจำนวนการติดจะเป็น 100%
  • แพะแกะใช้เวลาประมาณ 3 วัน กรณีรับเชื้อโดยตรง
  • กรณีแพะแกะปกติอยู่ด้วยกันกับแกะติดเชื้อ จะใช้เวลาประมาณ 9 วัน จึงจะเกิดอาการติดเชื้อ อัตราการติดเชื้อ 100เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกับสุกร
  • แต่ถ้าเป็นแกะอย่างเดียวอยู่ด้วยกันกับแกะติดเชื้อ จะใช้เวลาเพียงแค่ 5 วัน

          กลุ่มสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก เช่น แกะแพะจะไม่ค่อยแสดงอาการการติดเชื้อ จึงเป็นพาหะที่ดี วัคซีนที่ตรง Serotype ตรง Topotype เป็นตัวหลัก ที่จะนำมาควบคุมการระบาดได้อย่างดีที่สุดในตอนนี้กับ สัตว์กลุ่มเสี่ยงทุกประเภท สาเหตุการเข้ามาของโรค นอกจากตัวสัตว์ การเคลื่อนย้ายสัตว์ ยังเกิดจากคนด้วย รับชมผ่าน YouTube ได้ที่

https://youtu.be/f5p5HkNtZyE?si=16MOfP5xlPobhdwi

          นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขาฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม แทน รมว.เกษตรฯ, น.สพ.ชัย วัชรรงค์ ผช.รมว.เกษตร, อธิบดีกรมปศุสัตว์ และรองอธิบดีที่รับผิดชอบงานสคบ.ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการฯ พร้อมด้วยองค์ประกอบคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 41 ท่าน

1)      นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีคำสั่ง 508/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมความพร้อมรับมือและเฝ้าระวังการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย (Foot and mouth disease: FMD ซีโรไทป์ SAT1 เพื่อให้การเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังโรคฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทำให้ไทยสามารถป้องกันการเกิดโรคได้ทันท่วงที และเกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อเกษตรกร ผู้เลี้ยงโค กระบือ แพะแกะ และสุกร โดยอาศัยอำนายตามมาตรา 20 แห่ง พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สั่งเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569

2)      กรมปศุสัตว์เสนอแผนบูรณาการเชิงรุกระดับชาติประจำปี งบประมาณ 2569 จำนวน 5,038 ล้านบาท (งบกลาง)เพื่อปกป้องประชากรสัตว์กีบคู่กลุ่มเสี่ยง โค กระบือ สุกร แพะ แกะ 24.62 ล้านตัว ที่จะได้รับการปกป้องด้วยภูมิคุ้มกันหมู่ (ความเสียหายที่จะกระทบต่อห่วงโซ่อาหารกรณีเกิดการระบาด มูลค่า 200,000 ล้านบาท) 

มติที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ 3 ประเด็น

  1. มอบกรมปศุสัตว์ ปรับแผนงบประมาณ(งบกลาง)ที่จะป้องกันความเสี่ยงได้ ให้อยู่ในกรอบ 2,000 ล้านบาท
  2. อธิบดีกรมปศุสัตว์จะประสานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา อย.(สัปดาห์นี้ ช่วง 20-24 กรกฎาคม 2569) ขอความร่วมมือ พิจาณาเร่งออกเลขทะเบียนยาอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ภาคเอกชน บริษัทผู้ผลิตวัคซีน FMD SAT1 สามารถนำเข้าวัคซีนฯ เพื่อใช้ฉีดให้กับปศุสัตว์กลุ่มเสี่ยง ประเด็นนำเสนอ กับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะเป็นประเด็นของความรุนแรงของการติดเชื้อ ระยะเวลาติดเชื้อที่สั้น โดยมีจำนวนติดเชื้อและอัตราการสูญเสียที่สูง
  3. แผนการปูพรมฉีดวัคซีนให้กับสัตว์กลุ่มเสี่ยงทั้งประเทศ ให้สอดคล้องกับจำนวนการผลิตวัคซีนของกรมปศุสัตว์ กรณีได้เชื้อพันธุ์ SAT1(Seed) และการจัดซื้อวัคซีน FMD SAT1 จากต่างประเทศ

กรณีเกษตรกรในพื้นที่ภาคอีสาน ถ้าพบการติดเชื้อต้องสงสัย สามารถเก็บตัวอย่างส่งได้ที่

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

เลขที่ 291 หมู่ที่ 9 ตำบลนาบัว อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 32000
โทรศัพท์ 044-513-305
โทรศัพท์ 044-513-305 ต่อ 139
E-mail : vrd_se@dld.go.th 

ศูนย์อ้างอิงโรคปากและเท้าเปื่อยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (RRLSEA)

ที่ตั้ง: 1213/1 หมู่ 11 ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 30130

โทรศัพท์: 044-314889 หรือ 064-5068560           น.สพ.ระพี ปัญญาทอง จากบริษัท ซีพีเอฟ ประเทศไทย จำกัด(มหาชน) มาอัพเดท “สถานการณ์และการเตรียมความพร้อมของฟาร์ม” โดยสถานการณ์ต่างๆ ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศจีนที่เริ่มมีข้อมูลการขยายตัวของการระบาดไปในมณฑลต่างๆ ในกลุ่มวัว แพะ แกะ โดยยังไม่มีการประกาศยืนยันการระบาดจากรัฐบาลจีนประกอบไปด้วย มณฑลชิงไห่ มณฑลเสฉวน มณฑลเหอเป่ย์ และมณฑลซานตง โดยจับตามณฑลตอนใต้ยิ่งใกล้เวียดนาม ก็จะเสี่ยงไทย โดยฝั่งตะวันตกจากเมียนม่าร์ก็ต้องเฝ้าระวัง 

          น.สพ.ระพีมีการเชื่อมโยงโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่แตกต่างจาก FMD SAT1 ในประเด็นเรื่องวัคซีนที่กรณีของ FMD ถ้ามีวัคซีนตรง Serotype และตรง Topotype ก็จะสามารถสร้างภูมิให้กับสัตว์ได้ โดยระบบความปลอดภัยทางชีวภาพต้องมาคู่กัน

          ในปัจจุบันเริ่มมีวัคซีนที่ไม่ผ่านการขึ้นทะเบียนมาจำหน่ายตรงกับเกษตรกรซึ่งเกิดข้อกังวลว่าเป็นวัคซีนปลอมหรือเปล่า ฉีดแล้วจะมีภูมิหรือไม่ การใช้วัคซีนสัตว์ต่างชนิดไม่สามารถใช้แทนกันได้เนื่องจากความเข้มข้นของเชื้อที่แตกต่างกันโดยในกรณีของสุกรจะมีความเข้มข้นของเชื้อมากกว่าวัคซีนวัว ซึ่งก็ไม่สามารถที่จะฉีดเกินโด๊สโดยเอาจากของวัวมาใช้ได้ เช่นกัน 

          กรณีที่ฟาร์มได้วัคซีนมาด้วยวิธีไหนก็ตาม สามารถส่งตรวจ Serotype และ Topotype อย่างเป็นทางการได้กับหน่วยงานของรัฐ ที่ศูนย์อ้างอิงโรคปากและเท้าเปื่อยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รับชมผ่าน YouTube ได้ที่

https://youtu.be/QJoyzDgiWL4?si=y7ewoGGoO0ZYX07J

 

มารู้จัก 4 มณฑล :-

o   มณฑลชิงไห่ (Qinghai) เป็นหนึ่งในมณฑลทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่บนที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต โดยมี เมืองซีหนิง (Xining) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุด มณฑลนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ประตูสู่ทิเบต"

o   มณฑลเสฉวน (Sichuan) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน มี นครเฉิงตู เป็นเมืองเอก ดินแดนแห่งนี้มีประชากรหนาแน่นกว่า 83 ล้านคน ได้รับสมญานามว่า "แผ่นดินแห่งความอุดมสมบูรณ์"(Tiānfǔ zhī guó) เนื่องจากมีชัยภูมิเป็นแอ่งกระทะที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขา มีทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสายน้ำที่อุดมสมบูรณ์มาก เสฉวนมีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะ บ้านเกิดของหมีแพนด้า แหล่งอารยธรรมโบราณสามดาวตุ่ย (Sanxingdui) และอาหารรสจัดจ้าน

o   มณฑลเหอเป่ย์ (Hebei Province) เป็นมณฑลสำคัญในภาคเหนือของประเทศจีน มีพื้นที่โอบล้อมนครปกครองโดยตรงสองแห่งคือ กรุงปักกิ่งและนครเทียนจิน โดยคำว่า "เหอเป่ย์" มีความหมายตรงตัวว่า "ทิศเหนือของแม่น้ำ" ซึ่งสื่อถึงที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่อยู่เหนือแม่น้ำหวงหรือแม่น้ำเหลือง โดยมี นครฉือเจียจวง (Shijiazhuang) เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของมณฑล

o   มณฑลซานตง (Shandong) เป็นมณฑลชายฝั่งทะเลทางตะวันออกของประเทศจีน โดยมีเมืองเอกหรือเมืองหลวงคือ นครจี่หนาน และมีเมืองเศรษฐกิจท่าเรือที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง เมืองชิงต่าว ซานตงเป็นดินแดนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ โดยเป็นบ้านเกิดของ "ขงจื๊อ" มหาปราชญ์ของจีน และเป็นมณฑลที่มีขนาดเศรษฐกิจ (GDP) ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ รวมถึงเป็นผู้นำด้านเกษตรกรรมและการส่งออกสินค้าเกษตรอันดับ 1 ของจีนอีกด้วย

          ช่วงท้ายจะเป็นเรื่องแนวทางการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 และการบำบัดน้ำเสียในฟาร์มสุกร โดยคุณบดินทร์ ชัยวงศ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ และ คุณ อลงกรณ์ พึ่งจันดุม นักวิชาการสิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 (สสภ.11) นครราชสีมา กรมควบคุมมลพิษ

          หน้าที่แหล่งกำเนิดมลพิษ(ฟาร์มสุกร)

  • ต้องจัดทำรายงาน ทส. 1 ทส. 2 ตั้งแต่ 50 ตัว หรือ ประเภท ค (ฟาร์มขนาดเล็ก) : มีจำนวนหน่วยปศุสัตว์ตั้งแต่ 6 หน่วย แต่ไม่ถึง 60 หน่วย (เทียบเท่าสุกรขุนประมาณ 50 – 500 ตัว) ขึ้นไป
  • ต้องมีผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย(ลงลายมือชื่อ)

o   โดยฟาร์ม ประเภท ก (ฟาร์มขนาดใหญ่) : มีจำนวนหน่วยปศุสัตว์มากกว่า 600 หน่วย ขึ้นไป (เทียบเท่าสุกรขุนประมาณ 5,000 ตัวขึ้นไป) มีผลบังคับไปตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 และ

o   ฟาร์ม ประเภท ข (ฟาร์มขนาดกลาง) : มีจำนวนหน่วยปศุสัตว์ตั้งแต่ 60 หน่วย แต่ไม่เกิน 600 หน่วย (เทียบเท่าสุกรขุนประมาณ 500 – 5,000 ตัว) จะเริ่มบังคับตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

 

           ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อบัญญัติท้องถิ่นในพื้นที่อันเป็นสถานที่ตั้งของฟาร์มสุกร(ใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อ.2 ที่ต้องไปต่อใบอนุญาตทุกปี) โดยวิทยากร 2 ท่านจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 (สสภ.11) นครราชสีมา กรมควบคุมมลพิษ ได้นำเสนอตัวอย่างกรณีการบำบัดน้ำเสียที่มีปัญหาที่เป็นคดีความต่างๆ ในหลายกรณี โดยสามารถติดตามรายละเอียดการบรรยาย รับชมผ่าน YouTube ได้ที่

https://youtu.be/ZF1tOYGp-Qc?si=phs98EvVu6GuT3xk

สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 นครราชสีมา (สคพ.11) สังกัด กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ข้อมูลการติดต่อและรายละเอียดสำคัญของหน่วยงาน มีดังนี้:

สถานที่ตั้งและช่องทางติดต่อ

ที่อยู่: เลขที่ 250 หมู่ 1 ถนนราชสีมา-โชคชัย ตำบลหนองบัวศาลา อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 30000

เบอร์โทรศัพท์: 044-242818, 065-5091032

อีเมล: epo11@pcd.go.th

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://epo11.pcd.go.th/th/index 

เฟซบุ๊ก: สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 - นครราชสีมา

เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08:30 น. – 16:30 น. (ปิดทำการวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) [1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8]

พื้นที่รับผิดชอบ

หน่วยงานนี้มีเขตอำนาจดูแลและทดสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมครอบคลุม 4 จังหวัดในกลุ่มนครชัยบุรินทร์ ได้แก่: จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์

 

  • “การจัดการระบบบำบัดน้ำเสียในฟาร์มสุกร” โดยวิทยากรจากบริษัท บำบัดพัฒนา จำกัด ประกอบด้วย

คุณอรรถพล พันธุเดช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสและวิศวกรควบคุมสาขาสิ่งแวดล้อม

          คุณอรรถพลได้กล่าวถึงการทำระบบบำบัดน้ำเสียไม่มีความซับซ้อน การจัดลำดับแต่ละบ่อน้ำสุดท้ายต้องได้ค่าต่างๆ หรือ สารตกค้างตามมาตรฐาน  ทำให้การเลี้ยงสุกรสามารถดำเนินไปได้ตามปกติ ระบบบำบัดน้ำเสียในฟาร์มต้องผ่านการออกแบบอย่างถูกต้อง โดยระบบ Biogas ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการกำจัดและลดการเกิดกลิ่นด้วย โดยหลังจากบ่อBiogas ก็จะมีบ่อพักต่อๆ กันมา 

          การจัดทำระบบบ่อ Biogas จะต้องมีขนาดที่สอดคล้องกับปริมาณสุกรและปริมาณน้ำเสียที่ออกจากฟาร์ม  บ่อพักแต่ละช่วงจะมีระยะเวลาในการบำบัดก่อนที่จะส่งต่อไปยังบ่อถัดไป ค่าต่างๆ หลังการบำบัดแต่ละบ่อจะต้องเหลือค่าในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งขนาดบ่อ Biogas ก็จะสอดคล้องกับสารตกค้างต่างๆ ที่ผ่านบ่อBiogas ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงขนาดและความเหมาะสมของขนาดของระบบBiogas

          สามารถติดตามรายละเอียดของผู้บรรยาย รับชมผ่าน YouTube ได้ที่

https://youtu.be/hu08LHRkXG0?si=yyTrsVvDjMr2lGUe

          สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือขอขอบพระคุณวิทยากรที่มาให้ความรู้ทั้ง 3 ช่วง ขอบพระคุณผู้ให้การสนับสนุนกิจกรรม และร่วมออกร้านแสดงนิทรรศการการให้บริการของผู้ประกอบการ และผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการเลี้ยงสุกร ขอบพระคุณแขกผู้มีเกียรติ ผู้เข้าร่วมสัมมนา และสื่อมวลชลทุกท่านที่ร่วมประชาสัมพันธ์และถ่ายทอดการสัมมนาหลังจากจบกิจกรรม

Visitors: 640,004