GMO Maize Soybean Import Permission

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 431) พ.ศ. 2565 อนุญาตและควบคุมการนำเข้าข้าวโพด GMO

รวบรวมโดย วิชาการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ
3 มิถุนายน 2569

          จากการเติบโตของภาคปศุสัตว์ไทยทำให้วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ผลิตในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในธุรกิจอาหารสัตว์ ทำให้ประเทศไทยต้องนำเข้าถั่วเหลือง และกากถั่วเหลืองจากต่างประเทศ ในขณะเดียวกันผลผลิตข้าวโพดของไทยก็ไม่เพียงพอ เช่นกัน   จึงจำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยที่ผ่านมาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะมาจากกลุ่มประเทศในเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการอีก เช่นกัน

          ปัจจุบันประเทศไทยอนุญาตให้มีการนำเข้าพืช GMO แบบมีเงื่อนไขเข้มงวด เฉพาะเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม อาหารมนุษย์ และอาหารสัตว์ เท่านั้น ที่เป็นประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ร่วมกับพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507  ซึ่งยังคงห้ามนำเข้าเมล็ดพันธุ์เพื่อการเพาะปลูกอย่างเด็ดขาด

         กฎหมายและประกาศกระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยละเอียดมีดังนี้

1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ออกตามความใน พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522)

เป็นกฎหมายหลักที่ผ่อนปรนให้อาหารหรือวัตถุดิบจากพืช GMO ที่ผ่านการประเมินความปลอดภัย สามารถนำเข้ามาในประเทศไทยได้

          ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 431) พ.ศ. 2565 เรื่อง อาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม: กำหนดให้สิ่งมีชีวิต GMO เป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ยกเว้น รายชื่อสายพันธุ์ที่ผ่านการประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพ (Safety Assessment) แล้ว ซึ่งปัจจุบันมีข้าวโพด GMO ที่ได้รับอนุญาตตามบัญชีแนบท้ายจำนวน 29 สายพันธุ์

 

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2565 เรื่อง การแสดงฉลากอาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม: บังคับให้ผู้นำเข้าต้องขอเลขสารบบอาหาร และแสดงข้อความ "ดัดแปรพันธุกรรม" บนฉลากผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน

2. ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ออกตามความใน พ.ร.บ. กักพืช พ.ศ. 2507)

ตามกฎหมายแม่บท พ.ร.บ. กักพืช กำหนดให้พืช GMO ทุกชนิดเป็น "สิ่งต้องห้าม" แต่มีการออกประกาศกระทรวงเพื่อยกเว้นและผ่อนปรนให้แก่ภาคอุตสาหกรรม: 

  • ข้อยกเว้นเพื่อการค้าและอุตสาหกรรม: ผ่อนผันให้นำเข้าเมล็ดข้าวโพด GMO เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปในภาคอุตสาหกรรม (เช่น โรงงานผลิตอาหารสัตว์ หรือโรงงานสกัดน้ำมัน) เท่านั้น 
  • เงื่อนไขสำคัญ: ห้ามนำเมล็ดแปรรูปเหล่านี้ไปเพาะปลูก และหากต้องการนำเข้าเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเพื่อการเพาะปลูก ประกาศกรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2564 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเมล็ดพันธุ์ที่นำเข้าเพื่อปลูก ต้องมิใช่พืชที่ได้รับการดัดแปลงสารพันธุกรรม ส่วนการนำเข้าพืช GMO สายพันธุ์อื่นที่นอกเหนือจากนี้ จะทำได้เฉพาะเพื่อการศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการเท่านั้น

 

 

 

        การปลูกถั่วเหลืองในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือผลผลิตไม่ถึง 1% ของความต้องการใช้ในประเทศมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตต่อไร่ต่ำ และผลตอบแทนที่น้อยกว่าพืชคู่แข่งส่งผลให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชชนิดอื่นที่คุ้มค่ากว่า โดยสามารถสรุปปัจจัยสำคัญได้ดังนี้ครับ

1. ปัญหาด้านต้นทุนและแรงงาน

  • ค่าแรงเก็บเกี่ยวสูง: การเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองในไทยยังพึ่งพาแรงงานคนเป็นหลัก ซึ่งมีแนวโน้มขาดแคลนและค่าแรงสูงขึ้นเรื่อยๆ
  • ราคาเมล็ดพันธุ์สูง: เมล็ดพันธุ์คุณภาพดีมีราคาแพงและมีจำนวนจำกัด

2. ขีดความสามารถในการแข่งขันต่ำ

  • ผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่าพืชอื่น: อัตราผลผลิตถั่วเหลืองของไทยเฉลี่ยค่อนข้างต่ำ (ประมาณ 266-300 กิโลกรัมต่อไร่) เมื่อเทียบกับข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรืออ้อย เกษตรกรจึงเลือกปลูกพืชที่ทำรายได้ได้มากกว่า
  • ขาดแคลนพันธุ์คุณภาพ: เกษตรกรจำนวนมากต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ตามท้องถิ่นที่มีอัตราการงอกต่ำ ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณเมล็ดพันธุ์ที่ใช้ ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นไปอีก

3. สภาพภูมิอากาศและโรคพืช

  • สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย: ถั่วเหลืองเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศค่อนข้างเย็น แต่ประเทศไทยเป็นเขตเมืองร้อน ทำให้เสี่ยงต่อภัยแล้ง โรคพืช และแมลงศัตรูพืชได้ง่าย

4. การเปิดเสรีทางการค้า (WTO)

  • การนำเข้าที่ถูกกว่า: นับตั้งแต่ไทยเปิดเขตการค้าเสรี ผลผลิตจากประเทศหลักอย่างบราซิลและสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการทำเกษตรแปลงใหญ่และใช้เทคโนโลยีสูง มีราคาต้นทุนที่ต่ำกว่าการผลิตในไทยอย่างมาก ทำให้อุตสาหกรรมสกัดน้ำมันพืชและอาหารสัตว์เลือกใช้วัตถุดิบนำเข้าเป็นหลัก 

          ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)และหอการค้าไทยระบุว่า พื้นที่ปลูกถั่วเหลืองของไทยลดลงจากอดีตที่เคยมีมากกว่า 3 ล้านไร่ เหลือเพียงไม่กี่หมื่นไร่ในปัจจุบัน ทำให้ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าสูงถึงกว่า 3.5 ล้านตันต่อปี ซึ่งขณะนี้ภาครัฐและเอกชนกำลังพยายามผลักดัน "ปฏิญญาถั่วเหลือง" เพื่อส่งเสริมการปลูกถั่วเหลืองแบบ Non-GMO หลังฤดูทำนา เพื่อเพิ่มผลผลิตในประเทศให้กลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง

 

ที่มา : Kasikorn Research  https://library.parliament.go.th/th/radioscript/rr2565-oct4

 

Visitors: 633,902