FMD SAT1 Protection Campaign

FMD SAT-1 ร้ายแรงกว่าที่คิด อย.ขอหนังสือเร่งด่วนกรมปศุสัตว์ เพื่อออกทะเบียนยาวัคซีนล่วงหน้า สมาคมหมูเตรียมจัดสัมมนาออนไลน์

5 พฤษภาคม 2569 สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติประชุมด่วนกรณีการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย สายพันธุ์ SAT-1 หลังลามจากแอฟริกามาถึงประเทศจีนตั้งแต่มีนาคม 2569

          คุณสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการและที่ปรึกษาสมาคมฯ  วาระเร่งด่วน เป็นประเด็นการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย FMD สายพันธุ์ใหม่  ทั้ง SAT-1 และ SAT-2 (South African Territories 1 and 2)  โดยเฉพาะสายพันธุ์ SAT-1มีการระบาดใน 1 มณฑลและ 1 เขตปกครองตนเองของประเทศจีน ได้แก่เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ (โดยเฉพาะในเขต Ili Kazakh) และ มณฑลกานซู

          สพ.ญ.ดร.เมตตา เมฆานนท์ ที่ปรึกษาสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และนายกสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย กล่าวถึงองค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) มีการประเมินความเสี่ยงว่าโรคดังกล่าวอาจจะเข้ามาทางตะวันตกของประเทศไทยโดยเฉพาะอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีช่องทางอื่น เช่น ประเทศลาว ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่น่าห่วง

          ในขณะที่ประเทศจีนมีการจัดทำวัคซีน SAT-1 กระจายให้เกษตรกรโดยปัญหาหนึ่งของวัคซีนปากและเท้าเปื่อย คือ ไม่สามารถที่จะ Cross Protection ได้กับสายพันธุ์อื่น โดยสามารถป้องกันได้โดยการป้องกันการเคลื่อนย้ายจากเขตพื้นที่เสี่ยง

          ปัจจุบันมี 2 วัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) สำหรับสายพันธุ์ SAT1 และ SAT2ในโลกนี้ที่เชื่อถือได้ประกอบด้วย จากผู้ผลิต Boehringer Ingelheim (เบอร์ริงเกอร์) และ Biogénesis Bagó (ไบโอเจเนซิส)

          นายสัตวแพทย์ระพี ปัญญาทอง ที่ปรึกษาสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และอุปนายกสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย ได้ให้ข้อมูลด้านความเสียหายของการระบาดที่ประเทศจีนว่าผลกระทบในพื้นที่ติดเชื้อ

  • แม่พันธุ์ตาย 10%
  • ลูกเล้าคลอดตาย 100%
  • กลุ่มอนุบาลถึงขุนตาย 30-50%
  • เมื่อประเมินประชากรสุกรที่ระบาดใน 2 พื้นเสียหายไปแล้วประมาณ 30% 

          ปัจจุบันประเทศจีนกำลังมีปัญหาในเรื่องของการกระจายวัคซีนว่าจะสามารถกระจายได้ทันกับการระบาดของโรคดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งจากการระบาดดังกล่าวจะมีผลทำให้ราคาสุกรในอนาคตหลังจากมีการระบาดกระจายมากขึ้น จะทำให้ราคาสุกรจะสูงขึ้น ซึ่งประเมินว่าถ้าเกิดเข้าระบาดไปยังประเทศไทยจะเกิดความเสียหายประมาณ 30% ของประชากรสุกร

          ประเด็นการขึ้นทะเบียนยาวัคซีนที่จะใช้ป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยดังกล่าวนี้  ปกติจะมีกฎในเรื่องของการขึ้นทะเบียนยาจะไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ก่อนมีการระบาด ซึ่งในประเด็นดังกล่าวอาจจะต้องมีการทำ Fast Track เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยจากการระบาดของโรคลัมปีสกินที่ใช้เวลาถึง 6 เดือนในการขึ้นทะเบียนยาสำหรับวัคซีนที่ป้องกันดังกล่าว

          ปัญหาที่น่าห่วงอย่างหนึ่งของโรคปากและเท้าเปื่อย สายพันธุ์ใหม่จะเป็นลักษณะเช่นเดียวกับโรคปากและเท้าเปื่อยเดิมก็คือ เชื้อโรคสามารถแพร่กระจายและติดเชื้อผ่านทางอากาศได้ (Airborne Transmission)  โดยต้องนำแนวทางการกักกันสัตว์และการพ่นยาฆ่าเชื้อพาหนะสัตว์เคลื่อนย้าย อาจจะต้องนำกลับมาใช้อีกครั้ง

          สำหรับผลกระทบถึงคนในกลุ่มโรคนี้จะไม่มีผลกระทบถึงคน แม้จะมีการบริโภคสุกรติดเชื้อจากโรคดังกล่าว โดยอาการที่สัตว์ติดเชื้อจะมีน้ำลายยืด ไม่กินอาหาร ไม่เคลื่อนไหวตัว สุกรแม่พันธุ์จะมีตุ่มขึ้นตามเต้านม ไม่ให้ลูกกินนม ลูกจะตายรอบๆ ตัวแม่ โดยมีลักษณะของหัวใจขาดเลือด

          นายสัตวแพทย์ณรงค์ เลี้ยงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ (สคบ.) กรมปศุสัตว์ได้เข้าร่วมประชุมและได้ให้ข้อมูลดังต่อไปนี้

  • กรมปศุสัตว์จะมีหนังสือแจ้งสมาคมที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย สมาคมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและแปรรูปผลิตภัณฑ์นม องค์กรเกษตรกรโคเนื้อ โคนมต่างๆ และสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติให้ทราบถึงการระบาดของโรคดังกล่าวและแนวทางในการป้องกัน
  • โดยด้านห้องปฏิบัติการจะประสานสถาบัน Pirbright เช่น การตรวจหาเชื้อต่างๆ ฯลฯ
  • ประสานศูนย์ผลิตวัคซีนหลักของกรมปศุสัตว์ คือ สำนักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์ (สทช.) ผลิตวัคซีนของกรมปศุสัตว์ก็จัดเตรียมการในเรื่องดังกล่าวในการผลิตวัคซีน
  • จะเริ่มมีมาตรการตรวจเข้มงวดการเคลื่อนย้ายสัตว์มีชีวิตและผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ที่สามารถติดเชื้อโรคปากเท้าเปื่อยในเขตชายแดน
  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ประสานขอหนังสือจากกรมปศุสัตว์ ในกรณีดังกล่าว ทั้ง FMD SAT-1 และ SAT-2 โดย อย.จะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมในประเด็นการระบาดและความรุนแรงของโรคดังกล่าวเพื่อเตรียมออกทะเบียนยาก่อนที่จะมีการระบาดซึ่งจะเป็นการเร่งด่วนจากขั้นตอนปกติที่จะต้องมีการระบาดก่อน
  • ขอให้บริษัทเวชภัณฑ์ต่างๆที่เป็นตัวแทนจำหน่ายวัคซีนโรคดังกล่าว สามารถที่จะยื่นเอกสารเบื้องต้นให้สำนักงาน อย. ได้ทันทีเพื่อให้มีจำนวนวัคซีนที่มีจำนวนมากขึ้น กรณีเกิดการระบาดจริง
  • กรณีของ Emergency case กรมปศุสัตว์สามารถที่จะจัดหาวัคซีนได้โดยตรง หรือจะเป็นจากการบริจาคงบประมาณของภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นช่องทางด่วนที่สามารถจัดหาวัคซีนดังกล่าวได้  ซึ่งกรณีดังกล่าวจะมีการเตรียมออก Vaccine Specification

          น.สพ.ไพรวัน สีพั่ว นายกสมาคมธุรกิจเวชภัณฑ์สัตว์ ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนของสำนักงานอาหารและยาในเรื่องของการให้เลขทะเบียนซึ่งประเด็นดังกล่าวและมีการหารือระหว่างกลุ่มบริษัทสมาชิก กับอย. ซึ่งน่าจะทำให้ขั้นตอนดังกล่าวลดขั้นตอนลง

           คุณนิพัฒน์ เนื้อนิ่ม อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่าในประเด็นดังกล่าวสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติจะประสานเพื่อมีการสัมมนาออนไลน์อย่างเร่งด่วนในเรื่องดังกล่าวโดยจะมีบุคลากรจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกรมปศุสัตว์ในการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคดังกล่าวการปฏิบัติตัวของเกษตรกรในฟาร์ม โดยมีแนวคิดที่จะเชิญนักวิชาการจากประเทศจีนที่เพิ่งมีการระบาดตั้งแต่มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

          ปัจจุบัน โรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ได้แพร่ระบาดไปทั่วทุกทวีป ทั่วโลก ไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคนี้มี 7 ซีโรไทป์ ได้แก่ A, O, C, เอเชีย 1, SAT 1, SAT 2 และ SAT 3 ในจำนวนนี้ ซีโรไทป์ O แพร่หลายไปทั่วโลก ซีโรไทป์ A ก่อให้เกิดการระบาดบ้างในเอเชียและแอฟริกา ซีโรไทป์เอเชีย 1 ก่อให้เกิดการระบาดประปรายในเอเชีย ซีโรไทป์ C ไม่พบตั้งแต่ปี 2547 และซีโรไทป์ SAT1, SAT2 และ SAT3 แพร่ระบาดส่วนใหญ่ในแอฟริกา ในปศุสัตว์ที่อ่อนแอและไม่มีภูมิคุ้มกันเพียงพอ อัตราการเกิดโรคอาจสูงมากถึง 100% อัตราการตายมักต่ำในปศุสัตว์โตเต็มวัย ประมาณ 1-5% แต่สามารถสูงในสัตว์อายุน้อย เช่น ลูกวัว ลูกแกะ และลูกสุกร ตั้งแต่ 20% ขึ้นไป ส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

 

Visitors: 627,502