สุกรพันธุ์เปียแตรงหรือเพียเทรนสายใหม่

สุกรพันธุ์เปียแตรงหรือเพียเทรนสายใหม่

โดย รองศาสตราจารย์ ศรีสุวรรณ  ชมชัย*

        พอพูดถึงพ่อพันธุ์ที่เราใช้สำหรับเป็นพ่อสายสุดท้ายเพื่อผลิตสุกรขุนแล้ว ผู้เลี้ยงสุกรส่วนใหญ่มักจะนึกถึงสุกรพันธุ์ดูรอคเป็นหลักเพราะเรามักจะคุ้นเคยในการใช้พ่อพันธุ์ดูรอคเป็นพ่อพันธุ์มานานแสนนานแล้ว และมีพ่อพันธุ์สายสุดท้ายที่เป็นพ่อพันธุ์ไฮบริดที่บริษัทต่างๆ ผลิตขึ้นมาใช้แทนพ่อพันธุ์ดูรอคซึ่งอาจจะมีข้อด้อยบางอย่างในการให้ผลผลิต ส่วนพันธุ์อื่นที่ผู้เลี้ยงพอนึกได้ก็คือพ่อพันธุ์เปียแตรงหรือเพียเทรน (Pietrain) ในสมัยก่อนที่มีการนำพ่อพันธุ์เปียแตรงมาใช้เป็นพ่อพันธุ์สายสุดท้ายแทนพ่อพันธุ์ดูรอคเพื่อผลิตสุกรขุน ผู้เลี้ยงสุกรต่างบอกว่าสุกรขุนในช่วงท้ายก่อนจะมีน้ำหนักถึงส่งตลาดจะโตช้า ทำให้ใช้เวลาในการเลี้ยงนานออกไป และมีปัญหาเรื่องการช็อกตายง่าย เวลาสุกรมีความเครียดจากการเคลื่อนย้ายหรือรวมกลุ่ม จึงทำให้ผู้เลี้ยงทั่วไปไม่กล้าที่จะใช้พ่อพันธุ์เปียแตรงผสมกับแม่พันธุ์สองสายเพื่อผลิตลูกสุกรขุนเท่าไร ยกเว้นฟาร์มที่ต้องการปรับหุ่นสุกรขุนให้มีกล้ามเนื้อมากๆ เพื่อเอาใจพ่อค้าคนกลางจับสุกรขุน ซึ่งจะยอมใช้พ่อพันธุ์เปียแตรงหรือพ่อพันธุ์ลูกผสมที่มีพันธุกรรมของสุกรเปียแตรงอยู่ด้วย อย่างไรก็ตามในปัจจุบันพันธุกรรมของสุกรพันธุ์เปียแตรงได้มีการพัฒนาให้มีความแตกต่างจากสุกรพันธุ์เปียแตรงในสมัยก่อนโดยเฉพาะในเรื่องของยีนเครียด ซึ่งจะไม่มีในสุกรพันธุ์เปียแตรงสายใหม่ แต่ยังคงให้คุณภาพซากที่สูงเหมือนเดิมและมีอัตราการเจริญเติบโตที่เร็วกว่า มีอัตราการแลกน้ำหนักที่ต่ำกว่าซึ่งผู้เลี้ยงสุกรในบ้านเราอาจจะยังไม่ทราบ ผู้เขียนจึงขอแนะนำให้ผู้เลี้ยงสุกรได้ทราบข้อมูลของสุกรพันธุ์เปียแตรงสายใหม่ซึ่งถูกพัฒนาพันธุ์โดย Professor Dr.Pascal Leroy แห่งมหาวิทยาลัย Liege ประเทศเบลเยียม ที่ผู้เขียนเคยไปฝึกงานทางด้านการปรับปรุงพันธุ์และผสมเทียมสุกรที่นี่ดังนี้

        สุกรพันธุ์เปียแตรงมีต้นกำเนิดที่หมู่บ้านเปียแตรงในประเทศเบลเยียม ซึ่งได้จดทะเบียนรับรองเป็นสุกรพันธุ์แท้ตั้งแต่ปี 1926 หรือประมาณ 89 ปีมาแล้ว ในสมัยก่อนสุกรพันธุ์เปียแตรงทุกตัวจะมียีนเครียดซึ่งจะทำให้สุกรช็อกง่ายอย่างที่พวกเราทราบกันดี เนื่องจากสุกรพันธุ์เปียแตรงจะให้คุณภาพซากที่ดี เช่น มีเปอร์เซ็นต์ซากแต่งเฉลี่ย 83% เนื้อแดงมากกว่า 60% และมีความหนาของไขมันบาง พ่อสุกรเปียแตรงจึงถูกนำไปใช้เป็นพ่อสายสุดท้ายในการผลิตสุกรขุนของบริษัทใหญ่ๆ เช่น ไฮโปร (Hypor) เชเกอร์ (Segher) พีไอซี (PIC) อะโกรซีเรส (Agroceres) ดัลแลนด์ (Dahland) เป็นต้น

        ซึ่งสุกรพันธุ์เปียแตรงที่ถูกนำไปใช้ในสมัยก่อนยังไม่ได้รับการปรับปรุงพันธุกรรมเพื่อขจัดเอายีนเครียดออก ดังนั้นจึงอาจทำให้สุกรขุนที่ออกมาเครียด ช็อกตายง่าย และการเจริญเติบโตในช่วงท้ายก่อนส่งตลาดช้าลงในปีประมาณ 1990 มหาวิทยาลัยลิเอจ (University of Liege) โดยศาสตราจารย์ ดร.ปาสคาล เลอวัว (Professor Dr. Pascal Leroy) ได้ทำการปรับปรุงพันธุ์สุกรพันธุ์เปียแตรงให้มีความทนทานต่อความเครียด และได้สุกรพันธุ์เปียแตรงสายใหม่มีชื่อว่า เปียแตรง สเตรส เนกาตีบ (Pietrain stress negative) ซึ่งจะมีอยู่ 2 สาย คือ เปียแตรง ซีซี (PietrainCC) และเปียแตรง ซีที (PietrainCT) ซึ่งสุกรพันธุ์เปียแตรงทั้ง 2 สายนี้ (ที่เป็นทั้ง โฮโมไซกัส และเฮทเตอโรไซกัส) ยังคงให้คุณภาพซากเหมือนเปียแตรงปกติแต่ปราศจากยีนเครียด เปียแตรง สเตรส เนกาตีบ เป็นสุกรที่เป็นอนาคตของยุโรป เพราะว่าเป็นที่ปรารถนาของผู้บริโภค ซึ่งไม่ต้องการที่จะเห็นการใช้ยากล่อมประสาทสุกรก่อนที่จะมีการขนส่ง

        ในปัจจุบันสุกรพันธุ์เปียแตรง สเตรส เนกาตีบ โฮโมไซกัส (CC) ได้ถูกผลิตขึ้นอย่างเอาใจใส่ในฟาร์มของมหาวิทยาลัยลิเอจ โดยมีแม่สุกรพันธุ์อยู่ 80 แม่ ซึ่งแบ่งเป็นแม่สุกรกลุ่มต่างๆ ได้ 3 กลุ่ม คือ แม่สุกรกลุ่มที่เป็นสเตรส เนกาตีบ โฮโมไซกัส (CC) แม่สุกรกลุ่มที่เป็นสเตรส เนกาตีบ เฮทเตอโรไซกัส (CT) และแม่สุกรกลุ่มที่เป็นสเตรส โพซิตีบ (TT) ซึ่งเป็นแม่สุกรในกลุ่มที่ช๊อกง่าย ตั้งแต่ปี 1998 จนถึง ปี 2006 จะเห็นว่าฝูงแม่สุกรที่มียีนเครียด ช็อกง่าย (TT) เกือบจะหมดไปจากฝูงแล้ว แต่จะมีแม่สุกรที่เป็นสเตรส เนกาตีบ โฮโมไซกัส (CC) อยู่ในฝูงมากที่สุด ดังแสดงในตารางที่ 1 และภาพที่ 1

ตารางที่ 1 แสดงสัดส่วนประชากรของแม่สุกรที่เป็นสเตรส เนกาตีบ โฮโมไซกัส (CC) สเตรส เนกาตีบ เฮทเตอโรไซกัส (CT) และสเตรส โพซิตีบ (TT) ตั้งแต่ปี 1998-2006 ที่ฟาร์มสุกรมหาวิทยาลัยลิเอจ

จำนวนแม่

พันธุ์กลุ่ม

ปี ค.ศ.

1998

1999

2000

2001

2002

2003

2004

2005

2006

CC

7.79

17.62

8.26

18.42

34.8

54

43

61

67

CT

47.94

52.14

61.1

61.5

46.5

39

52

37

31

TT

44.26

30.23

30.63

20

18.7

7

6

2

2

 

ภาพที่ 1 แสดงสัดส่วนประชากรของแม่สุกรที่เป็นสเตรส เนกาตีบ โฮโมไซกัส (CC) สเตรส เนกาตีบ เฮทเตอโรไซกัส (CT) และสเตรส โพซิตีบ (TT) ตั้งแต่ปี 1998  - 2006 ที่ฟาร์มสุกรมหาวิทยาลัยลิเอจ

        ลักษณะทางการสืบพันธุ์  ของสุกรพันธุ์เปียแตรงสายใหม่ข้อมูลในปี 2006 จำนวนครอกต่อแม่ต่อปี 2.3 จำนวนลูกแรกคลอดมีชีวิต 8.47 ตัวต่อครอก จำนวนลูกเกิดต่อแม่ต่อปี 19.63 ตัว จำนวนลูกหย่านมต่อแม่ต่อปี 18.17 ตัว ข้อมูลการให้ผลผลิตของแม่สุกรพันธุ์เปียแตรงนี้ เป็นข้อมูลที่ดีเลิศสำหรับสุกรพันธุ์นี้ ซึ่งเป็นสุกรสายพ่อพันธุ์ จะแตกต่างจากการให้ผลผลิตของแม่สุกรสายแม่พันธุ์อื่นๆ ซึ่งผู้เลี้ยงคงจะทราบดีอยู่แล้ว ดังนั้นในสายแม่ไม่ควรมีพันธุกรรมของสุกรพันธุ์เปียแตรงอยู่ เพราะจะทำให้ได้ลูกไม่ดก ผู้เลี้ยงจะใช้พ่อพันธุ์เปียแตรงเป็นสายพ่ออย่างเดียวเพื่อผสมข้ามกับแม่สองสายเพื่อผลิตสุกรขุน

        ลักษณะการผลิตและซาก

        ข้อมูลลักษณะซากที่ได้จากสุกรเปียแตรงสาย สเตรส เนกาตีบ โฮโมไซกัส (CC) ที่มีชีวิต ในฟาร์มของมหาวิทยาลัย ลิเอจ โดยใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์ยี่ห้อ Piglog 105 ข้อมูลตั้งแต่ปี 1991 จนถึงปี 2006 จะเห็นว่าอัตราการเจริญเติบโต เนื้อสัน และ เปอร์เซ็นต์ เนื้อแดงในปี 2006 จะมีค่าสูงกว่าปีที่ถัดลงไป ดังแสดงในตารางที่ 2 แสดงให้เห็นว่าสุกรพันธุ์เปียแตรงสายใหม่ นอกจากจะไม่มียีนเครียดแล้ว ยังทำให้ลักษณะการเจริญเติบโต เปอร์เซ็นต์ เนื้อแดงสูงขึ้นด้วย

ตารางที่ 2  แสดงลักษณะการผลิตและซากของสุกรพันธุ์เปียแตรงสายสเตรส เนกาตีบ โฮโมไซกัส ในระหว่างปี 1999 – 2006

 

ปี

อายุ

(วัน)

น้ำหนัก

(กก.)

ADG*

(กรัม/วัน)

L.Dors 1

(ซม.)

L.Dors 2

(ซม.)

Loin

(ตร.ซม.)

เนื้อแดง

(%)

1999

 

119.0

 

9.8

9.8

66.6

63.04

2000

243

131.3

540

7.0

9.3

66.3

64.50

2001

232

116.6

503

6.2

6.7

64.2

65.90

2002

234

117.8

500

7.5

8.4

66.5

64.75

2003

261

132.0

509

9.6

10.8

67.7

62.80

2004

226

118.9

530

8.7

9.3

69.4

64.13

2005

234

120.9

519

7.4

7.4

70.3

65.76

2006

212

127.0

600

7.0

7.0

75.0

67.06

*ADG น้ำหนักเริ่มต้นคิดจากน้ำหนักแรกคลอด

ภาพที่ 2  แสดงการพัฒนาของการเจริญเติบโตและเปอร์เซ็นต์ เนื้อแดงของสุกรพันธุ์เปียแตรง สายสเตรส เนกาตีบ โฮโมไซกัส โดยใช้เครื่อง Pig log 105

        อัตราการเจริญเติบโตและอัตราแลกน้ำหนัก

        ในปี 2006 อัตราแลกน้ำหนักของสุกร พันธุกรรมของสุกรและการปรับปรุงพันธุ์ที่ต่อเนื่องกันของสุกรพันธุ์เปียแตรงดังแสดงในภาพที่ 3 ส่วนอัตราแลกน้ำหนักเมื่อแยกตามกลุ่มของสุกรจะเห็นว่าสุกรในกลุ่มสเตรส เนกาตีบ โฮโมไซกัส มีอัตราแลกน้ำหนักต่ำที่สุด ดังแสดงในตารางที่ 3

        อัตราการเจริญเติบโตของสุกรพันธุ์เปียแตรงสายสเตรส เนกาตีบ โฮโมไซกัส (CC) จะมีค่าสูงที่สุดส่วนสายที่เป็นสเตรส โพซิตีบ (TT) จะโตช้าที่สุด ดังแสดงในตารางที่ 3 ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเมื่อก่อนเราใช้พ่อพันธุ์เปียแตรงผสมข้ามกับแม่สุกรสองสาย จึงทำให้ลูกโตช้า เพราะเราใช้พ่อพันธุ์สายสเตรสโพซิตีบ (TT) นี่เอง บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมอัตราการเจริญเติบโตถึงต่ำ เมื่อดูตัวเลขแล้วเพียง 614.59 กรัม/วัน ซึ่งตัวเลขที่ต่ำนี้เพราะเขาคิดอัตราการเจริญเติบโตจากเกิดจนถึงออกทดสอบพันธุ์ ไม่ได้คิดจากน้ำหนัก 30 กก. จนออกทดสอบพันธุ์ ดังนั้นจึงดูคล้ายกับว่ามันโตช้า แต่จริงๆ แล้วก็น่าจะอยู่ที่ 800 กรัม/วัน ขึ้นไป

ตารางที่ 3  แสดงอัตราการเจริญเติบโตและอัตราการแลกน้ำหนักของสุกรพันธุ์เปียแตรงใน

              สายเสตรส เนกาตีบ โฮโมไซกัส (CC) สเตรส เนกาตีบ โฮโมไซตัส (CT) และสเตรส

              โพซิตีบ (TT) จากคลอดจนถึงน้ำหนักออกทดสอบพันธุ์

สุกรในกลุ่ม

อัตราการเจริญเติบโต (กรัม/วัน)

อัตราการแลกน้ำหนัก

CC

614.59

2.76

CT

606.62

2.90

TT

534.00

3.62

ภาพที่ 3  แสดงการเปลี่ยนแปลงของอัตราการแลกน้ำหนักของสุกรพันธุ์เปียแตรง ตั้งแต่ปี 1996 – 2006

GQMin French means ADG

%Viand = Meat%

ภาพที่ 4  แสดงการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเจริญเติบโตของสุกรพันธุ์เปียแตรง ตั้งแต่ปี 1996 – 2006

        สิ่งที่น่าสนใจมากอันหนึ่ง คือ การปรับปรุงในเรื่องเปอร์เซ็นต์ เนื้อแดงจะเห็นว่าในสุกรเปียแตรง สเตรส เนกาตีบ โฮโมไซกัส (CC) เมื่อมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจะทำให้เปอร์เซ็นต์ เนื้อแดงสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังแสดงในตารางที่ 5 และภาพที่ 5

ตารางที่ 5  แสดงเปอร์เซ็นต์เนื้อแดงของสุกรพันธุ์เปียแตรงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการปรับปรุงพันธุ์อย่างต่อเนื่อง

 

ปี

เปอร์เซนต์เนื้อแดง

1996

60.68

1997

61.07

1998

61.48

1999

63.65

2000

63.09

2001

61.98

2002

61.73

2003

62.27

2004

63.77

2005

62.84

2006

62.65

 

% Viand = Meat %

ภาพที่ 5  แสดงเปอร์เซ็นต์เนื้อแดงของสุกรพันธุ์เปียแตรงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการปรับปรุง

            พันธุ์อย่างต่อเนื่อง

พันธุ์เพียรเทนสายใหม่ที่ไม่มียีนเครียด

        ข้อมูลจากโรงฆ่าสัตว์ที่รับสุกรขุนจากหลายๆ บริษัทที่เกิดจากการใช้พ่อสุกรพันธุ์ เปียแตรงหลายๆ พ่อผสมกับแม่สุกรและนำเข้าชำแหละในช่วงเดือนมกราคม 2006 – เดือนมิถุนายน 2007 ดังแสดงในตารางที่ 6 สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนอีกอย่างหนึ่งของสุกรพันธุ์เปียแตรง สเตรส เนกาตีบ คือ หลังจากตัดแต่งซากแล้วการสูญเสียน้ำจากซาก (drip loss) จะน้อยกว่าสุกรสายพันธุ์ สเตรส โพซิตีบ และจะเห็นว่าเปอร์เซ็นต์ซากของสุกรทั้ง 2 กลุ่ม แทบไม่แตกต่างกันเลย ไม่ว่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์ เนื้อแดงหรือความหนาไขมันสันหลัง

ตารางที่ 5  เปรีบเทียบคุณภาพซากของสุกรขุนที่เกิดจากพ่อพันธุ์เปียแตรงสาย สเตรส เนกา

              ตีบ และสายสเตรส โพซิตีบ

 

พ่อพันธุ์

เปียแตรง

สายสเตรส

โพซิตีบ

เปียแตรง

สายสเตรส

โพซิตีบ

เปียแตรง

สายสเตรส

โพซิตีบ

เปียแตรง

สายสเตรส

เนกาตีบ

จำนวนสุกรขุน

1956

2814

2905

2920

น้ำหนักซากเย็น(กก.)

91.4

93.2

96.9

95.0

ตำแหน่ง*

7.5

6.7

6.6

7.4

เปอร์เซ็นต์เนื้อแดง

59.3

60.6

60.9

60.3

รูปร่างภายนอก

1.76

1.74

1.69

1.87

ความหนาไขมันสันหลัง(มม.)

15.4

14.1

14.3

14.0

ความลึกของเนื้อสัน (มม.)

68.6

68.6

70.9

66.3

*การจัดระบบตำแหน่งของซาก กำหนดขึ้นเองโดยโรงฆ่าสัตว์

ภาพที่ 6  ลักษณะภายนอกของสุกรพันธุ์เปียแตรงสายสเตรส เนกกาตีบ

 

ภาพที่ 7  แสดงลักษณะภายนอกของสุกรพันธุ์เปียแตรงสายสเตรส เนกาตีบ ที่ส่งออกไป

            ประเทศคองโก

        ในเดือนธันวาคมปี 2557 ฟาร์มอะกริฟีดแอนด์ไลฟ์สต๊อค ของบริษัทอะกริไทย ได้นำเข้าสุกรเปียแตรง สายสเตรส เนกตีบ จากมหาวิทยาลัยลิเอจ ประเทศเบลเยี่ยม จำนวน 30 ตัว เข้ามาในประเทศไทย เพื่อใช้ในการปรับปรุงพันธุ์สายพ่อและระบบการผลิตสุกรขุน โดยมีฝูงตัวผู้ 6 ตัวและตัวเมีย 24 ตัว ข้อมูลการทดสอบพันธุ์ตั้งแต่ 30 กก.จนถึง 100  กก. ดังแสดงในตารางที่ 6

ตารางที่ 6  แสดงผลการทดสอบสมรรถภาพพันธุ์ของสุกรพันธุ์เปียแตรงสายสเตรส เนกาตีบ

              ระหว่างเดือน ธันวาคม 2557 ถึงเดือน พฤษภาคม 2558 ในประเทศไทย

ลักษณะ

เพศผู้

เพศเมีย

รวม

จำนวน (ตัว)

6

24

30

น้ำหนักเริ่มต้น (กก.)

34.2

29.8

30.7

น้ำหนักสุดท้าย (กก.)

113.0

97.4

100.5

น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น (กก.)

78.8

67.6

69.8

ระยะเวลาในการเลี้ยง (วัน)

96

96

96

อัตราการเจริญเติบโต (กก.)

821.2

704.0

727.4

ปริมาณอาหารที่ใช้ทั้งหมด (กก.)

158.6

150.2

151.9

อัตราแลกน้ำหนัก

2.01

2.24

2.20

 

ภาพที่ 8  แสดงลักษณะภายนอกของสุกรพ่อพันธุ์เปียแตรง สายสเตรส เนกาตีบ ที่ผ่านการ

            ทดสอบสมรรถภาพพันธุ์ ที่ฟาร์มอะกริฟีดแอนด์ไลฟ์สต๊อค ประเทศไทย

 

        ในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้ใช้สารเบต้า อะดรีเนอจิก อะโกรนิส (สารเร่งเนื้อแดง) ในการปรับปรุงซากสุกร ดังนั้นผู้ผลิตสุกรควรจะหันมาสนใจการปรับปรุงพันธุ์สุกรในฟาร์มของตัวเองให้มากขึ้น โดยหลีกเลี่ยงสารที่ผิดกฎหมายในการเลี้ยงสุกร จากข้อมูลที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะเห็นแล้วว่าสุกรพันธุ์เปียแตรง สายสเตรส เนกาตีบ จะให้ผลผลิตไม่ว่าจะเป็นอัตราการเจริญเติบโต อัตราแลกน้ำหนักและเปอร์เซ็นต์เนื้อแดง ดีกว่าสุกรพันธุ์เปียแตรงสายสเตรส โพซิตีบ แต่ที่ดีไปกว่านั้นคือสุกรพันธุ์เปียแตรงสายสเตรส เนกาตีบ ไม่ทำให้สุกรช๊อคง่าย และเนื้อสุกรไม่มีลักษณะเนื้อมีสีชีดนิ่ม และมีน้ำเย็น (PSE) สุกรพันธุ์เปียแตรง สายเนกาตีบ น่าจะเป็นสายพ่อพันธุ์ที่จะมาแทนพ่อพันธุ์ดูรอคได้ในอนาคต ยิ่งถ้าเกษตรกรต้องการสุกรขุนที่มีหุ่นดี มีกล้ามเนื้อมาก ทุกวันนี้ผู้เลี้ยงที่ใช้พ่อสุกรพันธุ์ดูรอคอยู่อย่านึกว่าเป็นดูรอคแท้ๆ 100% ทั้งหมดนะครับ เพราะมีการนำเอาสุกรพันธุ์เปียแตรงไปผสมข้ามกับพันธุ์ดูรอคอยู่แล้ว สังเกตเห็นได้ว่าดูรอคจะมีมัดกล้ามเนื้อคล้ายเปียแตรง แต่จะมีพันธุกรรมอยู่กี่เปอร์เซ็นต์ไม่ทราบอยู่ที่เทคนิคของแต่ละฟาร์มในการปรับปรุงพันธุ์ เพื่อให้ถูกใจลูกค้าและตลาดครับ

Visitors: 68,731