จีนประกาศแผนเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับใหม่ มุ่งส่งเสริมตลาดภายในและต่างประเทศ เน้นพึ่งพาตัวเองด้านเทคโนโลยีมากขึ้น เศรษฐกิจโตแบบมีคุณภาพ

จีนประกาศแผนเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับใหม่ มุ่งส่งเสริมตลาดภายในและต่างประเทศ เน้นพึ่งพาตัวเองด้านเทคโนโลยีมากขึ้น เศรษฐกิจโตแบบมีคุณภาพ

จาก วารสารสุกร ฉบับ 94 (ตุลาคม - ธันวาคม 2563) เรียบเรียงโดย วิชาการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ

          รัฐบาลจีนได้ประกาศแผนเศรษฐกิจฉบับที่ 14 ที่จะใช้ในปี 2564-2568 ซึ่งเรื่องสำคัญคือการพึ่งพาเทคโนโลยีด้วยตัวเอง แต่รัฐบาลจีนได้เน้นย้ำว่าการตัดขาดกับสหรัฐกลับเป็นผลเสียต่อโลก และจะสร้างความร่วมมือแบบ Win-Win ให้มากกว่าเดิม

          หลังจากมีการประชุมของผู้แทนระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในวันที่ 26-29 ตุลาคม 2563 จีนเองได้ประกาศแผนเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับที่ 14 ซึ่งจะมีการนำมาใช้ในปี 2564 จนถึงปี 2568 เป็นต้นไป ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจจีนเองได้พบกับความท้าทายสำคัญในช่วงที่ผ่านมาและเป็นประเด็นสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงถัดไปคือความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศตะวันตกที่นำโดยสหรัฐอเมริกา
          จีนจะเร่งส่งเสริมรูปแบบการพัฒนาใหม่ ที่จะสร้างสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขให้ตลาดภายในประเทศและต่างประเทศสามารถเกื้อหนุนกันและกันได้ โดยมีตลาดภายในประเทศเป็นแกนหลัก
          จีนจะพยายามสร้างความก้าวหน้าใหม่ๆ ในการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงแผนพัฒนาระยะ 5 ปีต่อไปนี้ เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ด้วยการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพให้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
          ด้วยรูปแบบการพัฒนาใหม่จะยกระดับเศรษฐกิจระบบตลาดแบบสังคมนิยม(socialist market economy) และบรรลุการสร้างระบบตลาดคุณภาพสูงขั้นพื้นฐาน
          นอกจากนี้ยังมุ่งยกระดับสังคมที่มีอารยะมากขึ้น ปลูกฝังค่านิยมหลักของสังคมนิยมในจิตใจประชาชน ผลักดันความคืบหน้าในการสร้างอารยะธรรมนิเวศวิทยา พร้อมกับยกระดับการกินดีอยู่ดีของประชาชน สร้างระบบบริหารประเทศและความสามารถในการบริหารจัดการที่ทันสมัย

          ในการประชุมครั้งนี้มีผู้แทนระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้าร่วมมากถึง 198 ราย รวมไปถึงสมาชิกพรรคที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้อีก 166 ราย นอกจากนี้ในแผนเศรษฐกิจฉบับนี้ยังนำแผนปี 2578 ของสี จิ้น ผิงมาใช้ด้วย

สำหรับเรื่องสำคัญๆ ที่รัฐบาลจีนเน้นในแผนเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับที่ 14 นี้ประกอบไปด้วย

          1. การเติบโตของ GDP แบบมีคุณภาพ(Replacing high-speed growth with high-quality growth) หลังจากที่เศรษฐกิจจีนเติบโตในช่วงที่ผ่านมาในอัตราเฉลี่ยราวๆ 6.5-7% ต่อปี แต่หลังจากนี้นั้นเศรษฐกิจของจีนจะเติบโตแบบมีคุณภาพมากขึ้น (แต่ยังไม่บอกถึงรายละเอียด) นอกจากนี้เป้าหมายของจีนคือทำให้ GDP ต่อหัวของชาวจีนเพิ่มขึ้นเท่ากับประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2035
          2. พัฒนาเทคโนโลยีแบบพึ่งพาตัวเอง(Rebalancing its economy with supply-side structural reform) จะเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนนั้นได้แสดงให้เห็นว่าจีนยังต้องการชิ้นส่วนต่างๆ ที่ต้องใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหรัฐและพันธมิตร ทำให้แผนเศรษฐกิจฉบับใหม่นี้จีนเองต้องการที่จะพัฒนาเทคโนโลยีที่เน้นการพึ่งพาและพัฒนาเทคโนโลยีเองมากกว่าการพึ่งพาจากชาติอื่น โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านเซมิคอนดักเตอร์

          3. การปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ(Expanding domestic demand, while continuing to support international export markets) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา ลดความเหลื่อมล้ำของรายได้ระหว่างเมืองใหญ่กับเมืองขนาดเล็ก และประชากรกว่า 56 ล้านคนที่ยังมีความยากจนกว่าในเมืองใหญ่ การปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจ รวมไปถึงการปฏิรูปด้านที่ดิน ที่ก่อนหน้านี้บทวิเคราะห์ของ Credit Suisse คาดว่าจะเป็น 1 เรื่องสำคัญที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญในแผนเศรษฐกิจฉบับใหม่นี้
          4. การแยกเศรษฐกิจจีนออกมาอย่างโดดเดี่ยว(Expanding domestic demand, while continuing to support international export markets) หลังจากมีความขัดแย้งกับสหรัฐนั้น จีนได้ยอมรับในเรื่องดังกล่าวว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำในความเป็นจริง และเรื่องนี้จะสร้างผลกระทบต่อโลกในทางลบด้วยซ้ำ และจีนจะเน้นความร่วมมือแบบ Win-Win มากกว่าในอนาคต
          5. เรื่องอื่นๆ(Promoting high-end, intelligent, and green production) เช่น การปล่อยก๊าซพิษที่ส่งผลให้โลกร้อนลดลงที่จีนได้รับปากไว้ในเวทีของสหประชาชาติ ปัญหาเรื่องสังคมผู้สูงอายุที่มาพร้อมกับนโยบายลูกคนเดียว ซึ่งรัฐบาลจีนกำลังเร่งแก้ปัญหา ขณะเดียวกันเรื่องของไต้หวันนั้นรัฐบาลจีนได้เน้นไปเรื่องการรวมชาติแบบสันติ การสร้างฮ่องกงให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรม

          อย่างไรก็ดีแผนเศรษฐกิจฉบับจริงที่จะนำมาใช้จะยังไม่ผ่านสภาประชาชนจีนก่อนในช่วงต้นปี 2021 ซึ่งจะมีรายละเอียดรวมไปถึงแนวทางการปฏิบัติที่รัฐบาลและรัฐบาลท้องถิ่นนำไปปฏิบัติตามอีกที
          เมื่อวางแผนแล้วเสร็จ แผนงานก็จะถูกนำไปปฏิบัติโดยหน่วยงานระดับผู้นำ โดยจีนได้กำหนดมาตรการต่างๆ ขึ้นเพื่อดำเนินภารกิจตามที่ระบุไว้ในแผน และจัดตั้งกลไกการกำกับดูแลที่เข้มงวดเพื่อรับประกันว่าจะบรรลุเป้าที่ตั้งไว้ และเป้าหมายการพัฒนาที่กำหนดไว้ในแผนระยะ 5 ปี ฉบับที่ 13 (2559-2563) ของประเทศนั้นก็สำเร็จลุล่วงตามที่ตั้งใจ อันเป็นหลักฐานที่แสดงว่าผู้นำของจีนรักษาสัญญาที่ตนเคยให้ไว้
          รูปแบบการวางแผนงานและการนำไปดำเนินการ ที่ผ่านการออกแบบมาอย่างดีของจีน เป็นเหตุผลสำคัญเบื้องหลังความเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพของจีนตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ขณะเดียวกันความเจริญรุ่งเรื่องในระยะยาวของจีนก็ได้สร้างโอกาสมากมายมหาศาลให้กับบริษัทต่างชาติ
          ในช่วงที่จีนดำเนินการตามแผนระยะ 5 ปี ฉบับที่ 13 สภาพแวดล้อมทางธุรกิจของจีนก้าวหน้าอย่างโดดเด่นต้นทุนการดำเนินธุรกิจปรับตัวลดลงและบริการต่างๆ สำหรับองค์กรธุรกิจได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น ความเชื่อมั่นของบริษัทต่างชาติในตลาดจีนแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และหลายบริษัทได้ขยายกิการของตนในประเทศจีน
          ในการจัดทำแผนระยะ 5 ป ฉบับที่ 14 นี้ จีนมุ่งมั่นสร้างรูปแบบใหม่ของการพัฒนา ปฏิรูปและเปิดกว้างอย่างลงลึกยิ่งขึ้น รวมทั้งป้องกันและขจัดความเสี่ยงและความท้าทายที่สำคัญ

แผนปี 2578 ของประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง

  1. ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของจีนและความแข็งแกร่งของชาติจะเพิ่มขึ้นไปด้วยกันอย่างมีนัยยะสำคัญ
  2. อุตสาหกรรมใหม่ การประยุกต์ใช้งานด้าน IT การสร้างสังคมเมืองและการเกษตรสมัยใหม่จะทำให้ถึงเป้าหมายไปอย่างทั่วถึง
  3. ความทันสมัยของระบบและขีดความสามารถในการกำกับดูแลของจีนจะประสบความสำเร็จโดยทั่วไป
  4. จีนจะกลายเป็นประเทศที่แข็งแกร่งในวัฒนธรรม การศึกษา ความสามารถ กีฬาและสุขภาพ
  5. วิธีการทำงาน และชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะก้าวหน้าเพื่อครอบคลุมทุกด้านของสังคม
  6. การเปิดกว้างจะไปถึงขั้นตอนใหม่ที่มีการเติบโตอย่างมากของจุดแข็งของประเทศสำหรับการมีส่วนร่วมในความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศและการแข่งขัน
  7. GDP ต่อหัวจะถึงระดับของประเทศที่พัฒนาแล้วในระดับปานกลาง
  8. ผู้คนจะนำชีวิตที่ดีขึ้น และความก้าวหน้าที่ยั่งยืนโดดเด่น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการบรรลุถึงความสำเร็จภายใต้การสนับสนุนอย่างมีขั้นตอนที่ดี

ที่มา – Reuters, South China Morning Post, CGTN

Visitors: 165,713